Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 12705/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่มีข้อตกลงว่า หลังจากทำสัญญาแล้วโจทก์ซึ่งเป็นผู้จะซื้อจะดำเนินการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือธนาคาร เมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อ จำเลยซึ่งเป็นผู้จะขายต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์นั้น เห็นได้ว่าสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวมีเงื่อนไขที่โจทก์จะต้องไปขอสินเชื่อกู้เงินจากสถาบันการเงินหรือธนาคารเพื่อชำระราคาส่วนที่เหลือให้แก่จำเลย สถาบันการเงินหรือธนาคารจะให้กู้หรือไม่เป็นเรื่องไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินหรือธนาคารจะเป็นผู้พิจารณา หากสถาบันการเงินหรือธนาคารไม่ให้กู้ สัญญาจะซื้อจะขายย่อมไม่อาจสำเร็จลุล่วงได้ เมื่อโจทก์ได้ดำเนินการเพื่อขอกู้เงินจากธนาคารถึงสองธนาคาร แต่ธนาคารทั้งสองแห่งไม่อนุมัติ เงื่อนไขตามสัญญาจะซื้อจะขายจึงไม่เป็นผล สัญญาไม่อาจสำเร็จลุล่วงไปได้ แม้จะไม่ปรากฏว่ามีการจำกัดช่วงเวลาหรือจำนวนสถาบันการเงินหรือธนาคารที่โจทก์จะดำเนินการขอสินเชื่อ โจทก์จึงยังอาจดำเนินการขอสินเชื่อได้อีก ไม่ใช่เรื่องพ้นวิสัย แต่ก็ไม่แน่นอนว่าการดำเนินการขอสินเชื่อจะได้รับอนุมัติจากสถาบันการเงินหรือธนาคารใดหรือไม่ เมื่อไร ทั้งการดำเนินการขอสินเชื่อจากธนาคารมาสองแห่งแล้ว ถือว่าโจทก์ขวนขวายดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามสัญญาตามสมควรแล้ว กรณีมิใช่ว่าโจทก์จะต้องดำเนินการขอสินเชื่อเรื่อยไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งมิใช่เจตนารมณ์ของคู่สัญญา เมื่อโจทก์พยายามปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาแล้วแต่ไม่สำเร็จไม่สามารถนำเงินมาชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือได้ จึงไม่ใช่ความผิดของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้ผิดนัดสัญญา จำเลยจึงไม่มีสิทธิริบมัดจำ ดังนั้น โจทก์จึงฟ้องเรียกให้จำเลยคืนเงินมัดจำได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับว่า ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องคืนเงินมัดจำแก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาจะซื้อจะขายระบุไว้ว่า เงินส่วนที่ค้างชำระอยู่อีกจำนวน 50,000,000 บาท ผู้จะขายตกลงที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้จะซื้อในการกู้เงินจากสถาบันการเงินหรือธนาคารเพื่อชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขข้อบังคับของสถาบันการเงินหรือธนาคาร เมื่อสถาบันการเงินหรือธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อแล้วภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ผู้จะซื้อได้แจ้งผลการพิจารณาของสถาบันการเงินหรือธนาคารให้แก่ผู้จะขายทราบ ผู้จะขายต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในทรัพย์ที่จะขายตามข้อ 1 ให้แก่ผู้จะซื้อทันที ในวันเดียวกับผู้จะซื้อได้ลงนามในสัญญากู้เงินและจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวต่อสถาบันการเงินหรือธนาคาร โดยสถาบันการเงินหรือธนาคารจะเป็นผู้ออกตั๋วอาวัล หรือตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 3 ฉบับ

ดังนี้ ฉบับที่ 1 จำนวนเงิน15,000,000 บาท ภายในกำหนด 24 เดือน นับแต่วันที่สถาบันการเงินออกตั๋วอาวัล หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ฉบับที่ 2 จำนวนเงิน 15,000,000 บาท ภายในกำหนด 24 เดือน นับแต่วันที่สถาบันการเงินออกตั๋วอาวัลหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ฉบับที่ 3 จำนวนเงิน 20,000,000 บาท ภายในกำหนด 24 เดือน นับแต่วันที่สถาบันการเงินออกตั๋วอาวัล หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน จึงเห็นได้ว่าสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวมีเงื่อนไขที่โจทก์จะต้องไปขอสินเชื่อกู้เงินจากสถาบันการเงินหรือธนาคารเพื่อชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่จำเลย สถาบันการเงินหรือธนาคารจะให้กู้หรือไม่เป็นเรื่องไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินหรือธนาคารจะเป็นผู้พิจารณา

หากสถาบันการเงินหรือธนาคารไม่ให้กู้ สัญญาจะซื้อจะขายย่อมไม่อาจสำเร็จลุล่วงได้ ตามข้อเท็จจริงโจทก์ไม่ได้เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามสัญญาจะซื้อจะขาย แต่โจทก์ได้ดำเนินการเพื่อขอกู้เงินจากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยธนาคาร จำกัด(มหาชน) ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) แล้ว แต่ธนาคารทั้งสองแห่งไม่อนุมัติเงื่อนไขตามสัญญาจะซื้อจะขายจึงไม่เป็นผล สัญญาจะซื้อจะขายจึงไม่อาจสำเร็จลุล่วงไปได้ แม้จะไม่ปรากฏว่ามีการจำกัดช่วงเวลาหรือจำนวนสถาบันการเงินหรือธนาคารที่โจทก์จะดำเนิน การขอสินเชื่อ โจทก์จึงยังอาจดำเนินการขอสินเชื่อได้อีกไม่ใช่เรื่องพ้นวิสัย แต่ก็ไม่แน่นอนว่าการดำเนินการขอสินเชื่อจะได้รับอนุมัติจากสถาบันการเงินหรือธนาคารใดหรือไม่

เมื่อไร ทั้งการดำเนินการขอสินเชื่อจากธนาคารมาสองแห่งแล้ว ถือว่าโจทก์ขวนขวายดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามสัญญาตามสมควรแล้ว กรณีมิใช่ว่าโจทก์จะต้องดำเนินการขอสินเชื่อเรื่อยไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งมิใช่เจตนารมณ์ของคู่สัญญา เมื่อจำเลยมีหนังสือบอกกล่าวถึงโจทก์ว่าหากโจทก์ไม่ดำเนินการใดๆ หรือไม่แล้วเสร็จ หรือไม่แจ้งการขอทำนิติกรรมการโอนแก่จำเลยภายในกำหนดถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ประสงค์ที่จะผูกพันตามสัญญาต่อกันอีกให้ถือว่าสัญญาเลิกกัน ซึ่งโจทก์มีหนังสือแจ้งจำเลยว่าโจทก์ยังประสงค์จะปฏิบัติตามสัญญา ยังมิได้ผิดนัดผิดสัญญา เนื่องจากโจทก์ต้องรอการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือธนาคาร แต่เมื่อต่อมาธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อให้แก่โจทก์

โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญา และขอเงินมัดจำคืนจากจำเลย ซึ่งตามข้อเท็จจริงหลังจากนั้นโจทก์มิได้ดำเนินการขอสินเชื่ออีก และยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จึงถือว่าโจทก์และจำเลยได้แสดงเจตนาตกลงให้สัญญาจะซื้อจะขายเลิกกันแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้างว่า ถือว่าโจทก์ผิดนัดผิดสัญญายินยอมให้จำเลยริบเงินมัดจำนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์พยายามปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาจะซื้อจะขายแล้วแต่ไม่สำเร็จโจทก์จึงไม่สามารถนำเงินมาชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือได้จึงไม่ใช่ความผิดของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้ผิดนัดผิดสัญญา จำเลยจึงไม่มีสิทธิริบเงินมัดจำ ดังนั้นโจทก์จึงฟ้องเรียกให้จำเลยคืนเงินมัดจำได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับว่า ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 กันยายน 2552) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
พีรพล พิชยวัฒน์ · วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · รังสรรค์ ดวงพัตรา
Lower court
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายปริญญา เจียรนัยกุลวานิช
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายจตุรงค์ ฉินวิวัฒน์
Supreme Court black case no.
พ.3466/2554
Trial court black case no.
พ1141/2552
Trial court red case no.
พ447/2553
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4380/2540

สัญญาจะซื้อขายมีข้อความว่า ส่วนเงินที่เหลืออีก 1,850,000 บาท จะจ่ายในเมื่อทางธนาคารอนุมัติให้ ไม่ได้กำหนดให้เห็นต่อไปว่าหากธนาคารไม่อนุมัติให้จะมีผลเป็นอย่างไร การที่โจทก์นำสืบพยานบุคคลว่ามีข้อตกลงด้ว…

Supreme Court Judgment No. 5352/2553

ในโครงการอาคารชุด ร. จำเลยจัดทำภาพจำลองอาคารและแผ่นโฆษณาระบุว่าจำเลยจะก่อสร้างอาคารศูนย์สรรพสินค้าขนาดใหญ่ติดกับอาคารชุด โดยมีสระน้ำขนาดใหญ่บนอาคารจอดรถของอาคารชุดเพื่อจูงใจลูกค้าให้ซื้อห้องชุดในโครงก…

Supreme Court Judgment No. 3776/2549

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่มีกำหนดระยะเวลาการก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ แต่จำเลยผู้จะขายจะต้องก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ภายในเวลาอันสมควร เมื่อนับจากวันที่ทำสัญญาจนถึง…

Supreme Court Judgment No. 5678/2545

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 ให้ตีความสัญญาไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิจารณาถึงปกติประเพณีด้วย และตามมาตรา 171 ในการตีความการแสดงเจตนา ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร เมื่อข้…

Supreme Court Judgment No. 2963/2545

ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคาร จำเลยผู้จะขายจะต้องก่อสร้างอาคารที่ตกลงจะซื้อขายให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 24 เดือน นับแต่วันทำสัญญา แต่เมื่อครบกำหนดดังกล่าว จำเลยก่อสร้างอาคารตามสัญญาไม่แล้วเสร็จ โจท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up