Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1277/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1)บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความเดิม เพียงแต่สิทธิถูกโต้แย้ง ก็มีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามได้ผู้ร้องร้องเข้ามามีใจความสำคัญว่า โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะรับโอนสิทธิการเช่าจากจำเลยได้ เพราะจำเลยได้ทำนิติกรรมโอนขายให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้รับโอนพร้อมทั้งชำระเงินให้แก่จำเลยเรียบร้อยแล้ว การฟ้องคดีของโจทก์เป็นการโต้แย้งคัดค้านข้อกล่าวหาของผู้ร้องเกี่ยวกับการรับโอนสิทธิการเช่าตึกรายเดียวกันว่า เมื่อจำเลยได้ตกลงยอมโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้แก่ผู้ร้องไปแล้วนั้น โจทก์ยังจะคงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ได้หรือไม่ ดังนี้ ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอดเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถว 2 ชั้น จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต่อมาจำเลยได้เสนอขอโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวแก่โจทก์ เรียกค่าตอบแทนเป็นเงิน 300,000 บาท โดยมีข้อแม้ว่าจำเลยจะจัดการให้บุคคลที่อยู่ในตึกพิพาทออกไปก่อน โจทก์สนองรับข้อเสนอ ต่อมาจำเลยฟ้องขับไล่นายไพฑูรย์ ซึ่งเป็นบุคคลอยู่ในห้องพิพาท และทำสัญญายอมความกันในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 107/2515 ของศาลจังหวัดนครปฐม ใจความว่า นายไพฑูรย์จะขนย้ายออกไปจากตึกพิพาทภายใน 3 ตุลาคม 2515 ครบกำหนด จำเลยกลับยอมใหนายไพฑูรย์อยู่ต่อไป ครั้น 27 ธันวาคม 2515 จำเลยยังทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้แก่นางวรรัตน์ เวศวรุตม์ ด้วยเป็นการผิดสัญญา ขอให้ศาลบังคับจำเลยจัดการบังคับนายไพฑูรย์ออกจากตึกแถวพิพาทตามสัญญายอมความในสำนวนคดีดังกล่าว

บังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้แก่โจทก์ ฯลฯจำเลยให้การว่า เดิมนายไพฑูรย์มีสิทธิเช่าห้องพิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ต่อมาได้มากู้ยืมเงินจำเลยและทำหลักฐานให้จำเลยมีสิทธิไปขอรับโอนห้องเป็นของจำเลยเพื่อประกันหนี้ จำเลยจึงไปขอรับโอนสิทธิการเช่าเป็นของจำเลย ต่อมาจำเลยมีความจำเป็นต้องใช้เงินจึงเสนอขอโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ในอัตรา 300,000 บาท แต่โจทก์มิได้ตอบสนองภายใน 30 วัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ต่อมานายไพฑูรย์ชำระหนี้ให้จำเลย จำเลยจึงโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้นายไพฑูรย์ โดยโอนให้บุคคลที่นายไพฑูรย์ประสงค์จะให้รับโอนก่อนสืบพยานโจทก์ นางวรรัตน์ เวศวรุตม์ โดยนายไพฑูรย์ ผู้รับมอบอำนาจ

ได้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความว่า ผู้ร้องสอดเป็นคู่สัญญากับจำเลย จำเลยตกลงยินยอมโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้ผู้ร้อง ผู้ร้องชำระเงินค่าตอบแทนให้แก่จำเลยโดยสุจริตไปแล้ว ผู้ร้องขอร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้เป็นฝ่ายที่สาม เพื่อให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาบังคับให้โจทก์ถอนเรื่องราวการขอรับโอนสิทธิในการเช่าตึกแถวพิพาทที่ยื่นไว้ต่อสำนักงานทรัพย์สินฯ และพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะขอรับโอนสิทธิการเช่าจากจำเลย เพราะจำเลยทำนิติกรรมโอนให้ผู้ร้องแล้ว ห้ามโจทก์เกี่ยวข้องตึกพิพาทต่อไป ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ร้องเป็นรายเดือน เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันที่ผู้ร้องเข้ามาในคดี

จนกว่าคดีนี้จะถึงที่สุดศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องสอดของผู้ร้องผู้ร้องสอดอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องสอดฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความเดิม เพียงแต่สิทธิถูกโต้แย้งก็มีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามได้คดีนี้ นางวรรัตน์ เวศวรุตม์ ได้ร้องสอดเข้ามามีใจความสำคัญว่า การโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทตามที่โจทก์ฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะรับโอนสิทธิการเช่าจากจำเลยได้ เพราะจำเลยได้ทำนิติกรรมโอนขายให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้รับโอนพร้อมทั้งชำระเงินให้แก่จำเลยเรียบร้อยแล้ว การฟ้องคดีของโจทก์นี้เป็นการโต้แย้งคัดค้านข้อกล่าวหาของผู้ร้องเกี่ยวกับการรับโอนสิทธิการเช่ารายเดียวกันว่า

เมื่อจำเลยได้ตกลงยอมโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทให้แก่ผู้ร้องไปแล้วนั้น โจทก์ยังจะคงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยโอนสิทธิการเช่านั้นให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ กรณีเช่นนี้ ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอดเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามอนุมาตรา (1) ของมาตรา 57 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเป็นคู่ความในคดีนี้ได้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินคดีต่อไปตามกระบวนความ

Matter details

Panel of judges
เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ จามรมาน · พิสัณห์ ลีตเวทย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 590204)

จำเลยร่วมถูกหมายเรียกเข้ามาในคดีตามคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 1 อาจฟ้องจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทนอันเป็นกรณีร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) ซึ่งตามมาตร…

Supreme Court Judgment No. 1518/2520

ผู้ให้เช่าอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดินฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในที่ดินมาก่อนการเช่าแทนผู้ให้เช่าได้ และมอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นโจทก์ต่อไปก็ได้ ผู้เช่าต้องรับผิดตามสัญญาต่อผู้ให้เช่า ถ้าผู้เช่าไม่สามารถก่อสร้างตาม…

Supreme Court Judgment No. 1627/2505

สัญญาเช่าตึกแถว ซึ่งผู้เช่าเสียเงินแก่ผู้ให้เช่าเป็นการช่วยค่าก่อสร้างและทั้งสองฝ่ายทำสัญญาเช่ากันไว้ 3 ปี โดยผู้ให้เช่ายอมจะต่ออายุสัญญาเช่าให้อีกคราวละ 3 ปีรวม 14 ปี และจะไปจดทะเบียนการเช่าต่อเจ้าพน…

Supreme Court Judgment, B.E. 2493 (ref. 52574)

เช่าทรัพย์สินจากเจ้าของทรัพย์มาแล้วให้เช่าช่วง เมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วเจ้าของทรัพย์กลับให้คนอื่นเป็นผู้เช่าแทนส่วนผู้เช่าช่วงยังคงเป็นคนเดิม ดังนี้ ผู้เช่าคนแรกจะเรียกค่าเช่าจากผู้เช่าช่วง ตั้งแต่วันที่…

Supreme Court Judgment No. 1281/2493

เช่าทรัพย์สินจากเจ้าของทรัพย์มาแล้วให้เช่าช่วง เมื่อหมดสัญญาเช่าแล้วเจ้าของทรัพย์กลับให้คนอื่นเป็นผู้เช่าแทนส่วนผู้เช่าช่วงยังคงเป็นคนเดิมดังนี้ ผู้เช่าคนแรกจะเรียกค่าเช่าจากผู้เช่าช่วง ตั้งแต่วันที่ส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up