Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1284/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หากพยานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมาดักซุ่มดูพฤติการณ์ ของจำเลยโดยเจตนาที่จะจับกุมจำเลย เพราะได้รับรายงานจาก สายลับว่าจำเลยมีพฤติการณ์ขายเมทแอมเฟตามีน เมื่อเห็นจำเลย ส่งมอบห่อของให้ ล. โดยมีพฤติการณ์ลักลอบซ่อนเร้นซึ่งพยานก็คิดว่าจำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ ล. ตามที่สายลับแจ้งจริง พยานก็ควรเข้าจับกุมจำเลยพร้อม ล. ทันทีข้อที่พยานอ้างว่าเหตุที่ยังไม่เข้าจับกุมทันทีเนื่องจาก ล. นำห่อกระดาษซุก ไว้ที่ทรวงอกจึงไม่สะดวกแก่การค้นตัวผู้ถูกจับกุม ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งซึ่งสามารถควบคุมตัว ผู้ถูกจับกุมไปมอบให้เจ้าพนักงานตำรวจหญิงค้นที่สถานีตำรวจ หรือเรียกให้มาค้นในที่เกิดเหตุก็ได้ การที่พยานละโอกาส ปล่อยให้ ล. และจำเลยแยกย้ายกันไปแล้วจึงติดตามไปจับกุมล. และต่อมาล่วงเลยมาถึง 2 เดือนเศษ จึงจับกุมจำเลยเป็นข้อพิรุธน่าระแวงสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ขายเมทแอมเฟตามีน ให้ ล. จริงหรือไม่ ทั้งภายหลังจับกุม ล. แล้ว ในวันเดียวกับที่จับกุม ล. นั้น พยานได้พาพนักงานสอบสวนไปตรวจค้นบ้านร้างและบ้านจำเลย ก็พบจำเลยอยู่ที่บ้านของ จำเลยด้วย แต่ไม่พบเมทแอมเฟตามีนหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นที่บริเวณบ้านจำเลยหรือที่ตัวจำเลย ดังนี้พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้มีและขายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 63, 89, 106จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 ให้จำคุก 8 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าวันเกิดเหตุวันที่ 9 มิถุนายน 2538 เวลาประมาณ 8.30 นาฬิกาเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนางสาวลำไพ พิธีพรมได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลาง ต่อมาวันที่ 24 สิงหาคม 2538 จับกุมจำเลยมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีนายดาบตำรวจบรรจง

อินทะนะ และจ่าสิบตำรวจสุทธิพงษ์แก้วกัน เป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า ก่อนจับกุมนางสาวลำไพได้สืบทราบจากสายลับว่าจำเลยลักลอบขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่เด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไป พยานทั้งสองเคยรู้จักจำเลยมาก่อนเพราะก่อนหน้านี้เคยจับกุมน้องสาวของจำเลย วันเกิดเหตุเวลา6 นาฬิกา พยานทั้งสองขับรถยนต์ปิกอัพส่วนตัวไปจอดซุ่มห่างจากบ้านจำเลย 40 ถึง 50 เมตร ถึงเวลา 8.30 นาฬิกา นางสาวลำไพขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านแล้วเดินเข้าบ้านจำเลยประมาณ5 นาที กลับออกมาพร้อมจำเลย จำเลยเดินไปที่บ้านร้างซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านจำเลย นางสาวลำไพจูงรถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าบ้านจำเลยแล้วพากันเดินเข้าไปในบ้านร้างประมาณ 10 นาทีเดินออกมาบริเวณหน้าบ้านเห็นจำเลยส่งมอบห่อกระดาษให้นางสาวลำไพนางสาวลำไพนำห่อของนั้นซุกไว้ในเสื้อชั้นในบริเวณทรวงอกพยานคิดว่าจำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นางสาวลำไพตามที่สายลับแจ้ง

เห็นว่า พยานมาดักซุ่มดูพฤติการณ์ของจำเลยโดยเจตนาที่จะจับกุมจำเลยเพราะได้รับรายงานจากสายลับว่าจำเลยมีพฤติการณ์ขายเมทแอมเฟตามีน เมื่อเห็นจำเลยส่งมอบห่อของให้นางสาวลำไพโดยมีพฤติการณ์ลักลอบซ่อนเร้น ซึ่งพยานก็คิดว่าจำเลยขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นางสาวลำไพตามที่สายลับแจ้งจริง พยานก็ควรเข้าจับกุมจำเลยพร้อมนางสาวลำไพทันที ข้อที่พยานอ้างว่าเหตุที่ยังไม่เข้าจับกุมทันทีเนื่องจากเห็นว่านางสาวลำไพนำห่อกระดาษซุกไว้ที่ทรวงอกจึงไม่สะดวกแก่การค้นนั้น ไม่สมเหตุผลเพราะการค้นตัวผู้ถูกจับกุมเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งซึ่งสามารถควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมไปมอบให้เจ้าพนักงานตำรวจหญิงทำการค้นที่สถานีตำรวจหรือเรียกให้มาค้นในที่เกิดเหตุก็ได้

การที่พยานละโอกาสปล่อยให้นางสาวลำไพและจำเลยแยกย้ายกันไปแล้วจึงติดตามไปจับกุมนางสาวลำไพ และต่อมาวันที่ 24 สิงหาคม 2538ล่วงเลยมาถึง 2 เดือนเศษ จึงจับกุมจำเลย เป็นข้อพิรุธน่าระแวงสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ขายเมทแอมเฟตามีนให้นางสาวลำไพจริงหรือไม่ทั้งยังได้ความจากพยานทั้งสองตอบทนายจำเลยถามค้านว่าภายหลังจับกุมนางสาวลำไพแล้ว ในวันเดียวกับที่จับกุมนางสาวลำไพนั้น พยานได้พาพนักงานสอบสวนไปตรวจค้นบ้านร้างและบ้านจำเลยก็พบจำเลยอยู่ที่บ้านของจำเลยด้วย ไม่พบเมทแอมเฟตามีนหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นที่บริเวณบ้านจำเลยหรือที่ตัวจำเลย ดังนี้พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
คงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์ · สันติ ทักราล · สิงหะ สัตยธรรม
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

Supreme Court Judgment No. 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

Supreme Court Judgment No. 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

Supreme Court Judgment No. 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

Supreme Court Judgment No. 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up