Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 12953/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีก่อนจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยอ้างว่า จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์เช่าซื้อเป็นจำเลยที่ 1 โจทก์ให้การว่า จำเลยที่ 1 ยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบถ้วน ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่าจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ครบถ้วนแล้วหรือไม่ ส่วนคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า หลังทำสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อบางส่วน แล้วเสนอขอทำสัญญาเช่าซื้อฉบับใหม่ โดยโจทก์นำค่าเช่าซื้อบางส่วนไปชำระปิดบัญชีค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ยังค้างอยู่ ส่วนที่เหลือโจทก์สั่งจ่ายแคชเชียร์เช็คระบุชื่อจำเลยที่ 1 และมีการนำฝากเข้าบัญชีของโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่าไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อฉบับหลังกับโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่าไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อฉบับหลังกับโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ต้องคืนเงินโจทก์ ประเด็นแห่งคดีนี้จึงมีว่า จำเลยที่ 1 รับเงินตามฟ้องไปจากโจทก์จริงหรือไม่และเป็นการรับไว้โดยมูลอันจะอ้างตามกฎหมายหรือไม่ อันเป็นคนละประเด็นกับคดีก่อน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 727,772.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2544 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน ภล 3377 กรุงเทพมหานคร กับโจทก์ ตกลงผ่อนชำระรวม 48 งวด หลังทำสัญญา จำเลยที่ 1 ยื่นฟ้องโจทก์เป็นจำเลยต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ว่าชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์และเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ขอให้บังคับโจทก์ส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่จำเลยที่ 1 โจทก์ให้การว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อฉบับลงวันที่ 4 มกราคม 2544 กับโจทก์จริง แต่จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์เพียง 33 งวด และเสนอขอทำสัญญาเช่าซื้อฉบับใหม่แทนสัญญาเช่าซื้อฉบับเดิม

โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงทำสัญญาเช่าซื้อฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม 2546 ในราคา 1,416,011.04 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อรวม 36 งวด จำเลยที่ 1 ยังผ่อนชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ชี้สองสถานและกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ครบถ้วนหรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่ยกขึ้นกล่าวอ้างมีเพียงสัญญาเช่าซื้อฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม 2546 และไม่มีเอกสารหลักฐานอื่นของโจทก์ที่แสดงว่าลายมือชื่อในสัญญาเช่าซื้อฉบับดังกล่าวเป็นลายมือชื่อจำเลยที่ 1 จริงหรือไม่ ประกอบกับคำเสนอขอเช่าซื้อฉบับดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้ในคำเสนอด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ว่า

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์เพียงฉบับเดียวคือ ฉบับลงวันที่ 4 มกราคม 2544 เมื่อจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 34 ถึงงวดที่ 48 ครบถ้วนแล้ว โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามสัญญา และพิพากษาให้โจทก์ส่งมอบคู่มือจดทะเบียนพร้อมเอกสารประจำรถของรถยนต์ที่เช่าซื้อแก่จำเลยที่ 1 ตามคดีหมายเลขแดงที่ 10269/2548 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 10269/2548 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ หรือไม่ เห็นว่า คดีก่อนจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว

ขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อจำเลยที่ 1 โจทก์ให้การว่า จำเลยที่ 1 ยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบถ้วน ประเด็นแห่งคดีดังกล่าวจึงมีว่าจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ชี้สองสถานและกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ ส่วนคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อฉบับลงวันที่ 4 มกราคม 2544 แล้ว จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเพียง 33 งวดแล้วเสนอขอทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวเป็นฉบับใหม่ ในราคา 1,416,011.04 บาท โดยโจทก์นำเงินบางส่วนจากค่าเช่าซื้อดังกล่าวไปปิดบัญชีชำระค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ยังค้างอยู่ ส่วนเงินที่เหลือ 565,185.30 บาท

โจทก์สั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คระบุชื่อจำเลยที่ 1 และนำฝากเข้าบัญชีของโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่าไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม 2546 จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิได้รับเงิน 565,185.30 บาท และต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ไม่เคยทำสัญญาเช่าซื้อฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม 2546 หากโจทก์สั่งจ่ายเงินตามแคชเชียร์เช็คดังกล่าวจริง ก็เป็นการสั่งจ่ายให้แก่โจทก์เอง จำเลยทั้งสองไม่ได้เกี่ยวข้องจึงไม่ต้องคืนเงินแก่โจทก์ ประเด็นแห่งคดีนี้มีเพียงว่า จำเลยที่ 1 รับเงินตามฟ้องไปจากโจทก์จริงหรือไม่ และเป็นการรับไว้โดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้หรือไม่ อันเป็นคนละประเด็นกับคดีก่อน ส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม 2546 กับโจทก์

ก็เป็นเพียงการกล่าวอ้างให้เห็นถึงมูลที่มาของการเรียกทรัพย์คืนจากจำเลยทั้งสองตามผลคำพิพากษาของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ซึ่งถึงที่สุดดังกล่าว หาใช่ประเด็นหลักที่โจทก์ประสงค์ให้ศาลคดีนี้วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อฉบับลงวันที่ 16 ตุลาคม 2546 กับโจทก์ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่ ฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่ใช่การรื้อร้องฟ้องกันในประเด็นที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้วินิจฉัยชี้ขาดโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาส่วนที่เสียเกินกว่า 200 บาท แก่โจทก์

Matter details

Panel of judges
สุนันท์ ชัยชูสอน · วิรุฬห์ แสงเทียน · วาสนา หงส์เจริญ
Lower court
ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายทวี ศรุตานนท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลย์
Supreme Court black case no.
พณ.39/2552
Trial court black case no.
พ2174/2550
Trial court red case no.
พ3065/2550
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

Supreme Court Judgment No. 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

Supreme Court Judgment No. 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up