Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1296/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ประมวลรัษฎากรได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วว่า เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระค่าภาษี จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่ม ฉะนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเก็บดอกเบี้ยจากค่าภาษีที่ค้างชำระอีกจำเลยอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ แม้จะใช้แบบพิมพ์คำร้องมิได้ใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับมาโดยมิได้สั่งให้ทำใหม่ ก็พออนุโลมว่าเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายได้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากร ฯ มาตรา 25 ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในคดีที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ปัญหาว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่ สินค้าที่นำเข้ามีราคาที่แท้จริงเป็นจำนวนเท่าใด เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าภาษีอากรพร้อมด้วยเงินเพิ่มจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ประเด็นแห่งคดีที่ศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดมีเพียงว่าข้ออ้างของโจทก์ตามที่กล่าวในฟ้องนั้นมีมูลที่จำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่คดีไม่มีประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้แม้ศาลภาษีอากรกลางจะวินิจฉัยในปัญหาข้อนี้มาก็ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 172 ป.วิ.พ. Section 185 ป.รัษฎากร Section 89 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 Section 25

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้าภาษีบำรุงเทศบาล และเงินเพิ่มถึงวันฟ้องเป็นจำนวน 49,526.18บาทและเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนเป็นเงินเดือนละ 191 บาท แก่โจทก์นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า 'โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินเพิ่มภาษีการค้าและเงินเพิ่มภาษีเทศบาลนับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ทวิ ซึ่งใช้บังคับในขณะที่จำเลยนำสินค้าเข้ามานั้นได้บัญญัติไว้ว่า ถ้าผู้ประกอบการค้าไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระและในมาตรา 89 ทวิ วรรคท้าย ได้บัญญัติไว้อีกว่าเงินเพิ่มตามมาตรานี้มิได้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระ แสดงว่าประมวลรัษฎากรได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วว่า เมื่อลูกหนี้ผิดนัด จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่ม และเงินเพิ่มนี้ต้องไม่เกินจำนวนภาษี

ฉะนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากภาษีการค้าภาษีบำรุงเทศบาล หรือจากเงินเพิ่มภาษีการค้าหรือเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาลที่ค้างชำระ ที่ศาลภาษีอากรกลางไม่ให้จำเลยรับผิดเสียดอกเบี้ยจากเงินเพิ่มภาษีการค้าและเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาลนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ปรากฏว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์เป็นสองฉบับ ฉบับแรกทำเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง อ้างว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ฉบับที่สองทำเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ สำหรับคำฟ้องอุทธรณ์นี้ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยแต่เฉพาะอุทธรณ์ข้อ 2.3 และข้อ 2.4 ซึ่งศาลภาษีอากรกลางเห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่า

มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การนั้น แม้จำเลยจะใช้แบบพิมพ์คำร้องมิได้ใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับมาโดยมิได้สั่งให้ทำมาใหม่ ก็พออนุโลมให้ถือว่าเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายได้ สำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่นั้น ปรากฏว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามมาตรา25 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528 ที่จำเลยอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงจึงห้ามอุทธรณ์ตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยตามคำฟ้องอุทธรณ์ข้อ 2.3 ที่ศาลภาษีอากรกลางสั่งรับอุทธรณ์ไว้นั้น จำเลยอุทธรณ์ว่าราคาสินค้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ทำการประเมิน ไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เพราะสิรค้าตามบัตรราคาที่พนักงานเจ้าหน้าที่นำมาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีนั้น มีแหล่งกำเนิดไม่เหมือนกับสินค้าที่จำเลยนำเข้า

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าสินค้าที่จำเลยนำเข้าจะมีราคาอันแท้จริงเป็นจำนวนเท่าใดนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งคดีนี้ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้วศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยตามคำฟ้องอุทธรณ์ข้อ 2.4 ที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าภาษีอากรพร้อมด้วยเงินเพิ่ม จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ประเด็นแห่งคดีที่ศาลต้องวินิจฉัยชี้ขาดจึงมีแต่เพียงว่า ข้ออ้างของโจทก์ตามที่กล่าวในฟ้องนั้นมีมูลที่จำเลยจะต้องรับผิดตามกฎหมายหรือไม่ คดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ ฉะนั้น ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความด้วยนั้นจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น เมื่อคดีไม่มีประเด็นเรื่องอายุความเช่นนี้ แม้ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยในปัญหาข้อนี้มาก็ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยอีกเช่นกัน ที่ศาลภาษีอากรกลางรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและรับอุทธรณ์ข้อ 2.3 และข้อ 2.4 ของจำเลยไว้นั้น จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายให้ยกคำร้องและอุทธรณ์ของจำเลยเสีย

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมส่วนของโจทก์ให้เป็นพับ คืนค่าคำร้องและค่าขึ้นศาลในชั้นนี้ให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคแรก.

Matter details

Panel of judges
เสวก จันทร์ผ่อง · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10698/2554

หนังสือแจ้งการประเมินแต่ละฉบับได้แสดงเหตุผลที่ประเมินว่า โจทก์แสดงยอดซื้อสูงไปเป็นเงินจำนวนเท่าใด และนำภาษีซื้อต้องห้ามตาม ป.รัษฎากร มาตรา 82/5 (3) มาถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเป็นเงินจำนวนเท่าใด จึง…

Supreme Court Judgment No. 1056/2549

การที่โจทก์กู้เงินจากธนาคารในต่างประเทศไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท อ. โดยโจทก์เสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้แล้วบริษัท อ. นำเงินทุนทั้งหมดไปให้บริษัท ท. กู้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยโดยเจตนาทำให้ต้นทุนของบ…

Supreme Court Judgment No. 4902/2545

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทตามฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวศาลต้องพิจารณาคำฟ้องและคำให้การด้วยว่า ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของรวมนั้นอ้างโดยอาศัยเห…

Supreme Court Judgment No. 1651/2538

แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวเพราะเห็นว่…

Supreme Court Judgment No. 4773/2533

สัญญากู้และสัญญาค้ำประกันที่โจทก์นำมาฟ้องมีมูลหนี้สืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 ยืมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินของโจทก์ไปเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวจำเลยอื่นในคดีอาญาแล้วถูกศาลสั่งขายทอดตลาดไป จำเลยที่ 1 ไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up