คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ชนะความจำเลยจึงยึดทรัพย์ที่ยี่ห้อฮะชนหลี ผู้ร้องคัดค้านว่าทรัยพ์ทั้งหมดเป็นของผู้ร้อง ข้อเท็จจริงได้ความว่าเดิมจำเลยกับผู้ร้องและคนอื่นได้เข้าหุ้นส่วนตั้งร้านยี่ห้อฮะชุ่นหลี ภายหลังจำเลยและหุ้นส่วนถอนทุนออกจากหุ้นไป ผู้ร้องออกเงินซื้อหุ้นไว้ยังคงเหลือผู้ร้องคนเดียวที่เป็นหุ้นส่วนที่ลงเงินและมีหุ้นส่วนที่ลงแรงอีกบางคนยังคงอยู่
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาให้ถอนการยึดโดยฟังว่า จำเลยมิได้เป็นหุ้นส่วนในห้างรายนี้แล้ว ศาลฎีกาตัดสินว่า ที่โจทก์ ฎีกาว่าจำเลยมิได้ปฎิบัติตามสัญญาหุ้นส่วนและขัดต่อ ม. ๑๐๕๕ นั้นเห็นว่าเมื่อจำเลยถอนหุ้นไปผู้ร้องรับซื้อหุ้นไว้ และผู้ร้องและคนอื่นยังคงดำเนินการอยู่จนถูกโจทก์นำยึด เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการเลิกหุ้นส่วนรายนี้จะเรียกว่าจำเลยปฏิบัติขัดต่อ ม. ๑๐๕๕ มิได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่ง ม. ๑๐๕๕ มิใช่บทที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน คู่สัญญาจะตกลงแก้ไขเป็นเอย่างอื่นก็ได้ ไม่เป็นโมฆะ จึง
Result
พิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์