คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จำเลยค้าขายติดต่อกันโดยจำเลยเป็นผู้ขาย โจทก์เป็นผู้ซื้อ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จ่ายเกินไปกว่าราคาของให้จำเลยจากจำเลยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงินที่เรียกนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑. ที่ว่าเอกสารรับรองหนี้ไม่ปิดอากรแสตมป์ตาม พ.ร.บ.อากรแสตมป์ ๒๔๗๕ ม.๓ จึงรับฟังเป็นพะยานไม่ได้นั้น เห็นว่าเอกสารนี้เป็นหนังสือรับรองหนี้เงินเกี่ยวแก่ซื้อขายข้าวหาใช่เป็นใบรับเงินอันจะต้องเสียอากรแสตมป์ตามกฎหมายที่จำเลยอ้างไม่. ๒.ฯลฯ ๓.เมื่อบุคคลทำการค้าขายโดยใช้ยี่ห้อและใช้ตรานามยี่ห้อประทับแทนการลงลายมือเป็นปกติ การประทับตราเช่นนั้นก็เสมอกับลงลายมือชื่อของบุคคลนั้นตาม ป.พ.พ.ม.๙ ๔.ที่ว่าโจทก์ไม่มีพะยานบุคคลสืบประกอบคำแปลเอกสารหมาย ๑
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้โต้เถียงว่าคำแปลนั้นไม่ถูกต้องโจทก์จึงไม่จำต้องสืบพะยานประกอบ. ๕.ที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามป.พ.พ.ม.๑๖๕ ข้อ ๑ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่คิดบัญชีค้าขายกันแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์โดยจำเลยรับเงินจากโจทก์เกินกว่าราคาข้าวที่จำเลยส่งให้โจทก์ หาใช่โจทก์ฟ้องเรียกเงินทดลองให้จำเลยไม่ จึงนำ ม.๑๖๕ มาใช้บังคับไม่ได้. ๖. ฯลฯ
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.