คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้สมคบกันทำร้ายนายแบมีบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษ จำเลยต่อสู้ว่า ได้ทำการป้องกันทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ คดีได้ความว่าเดิมนายพันจำเลยได้สู่ขอนางคำบุตรนายแบผู้เสียหายให้เป็นภริยานายเพ็ชรจำเลย ซึ่งเป็นบุตรนายพัน ตกลงเอาสินสอดกัน ๑๐๐ บาท แต่นายพันไม่มีเงินให้ จึงตกลงเอาโคตัวหนึ่งให้เป็นค่าสินสอดเมื่อหาเงินได้จะให้นายแบบภายหลัง แต่โคนั้นยังได้มอบให้แก่นายแบไม่แล้วนายเพ็ชร นางคำได้อยู่กินเป็นสามีภริยากันที่บ้านนายแบต่อมานายเพ็ชรเลิกกับนางคำ กลับมาอยู่บ้านนายพันในวันเกิดเหตุนายแบพร้อมด้วยนายกวัก นายเขียว นายรอด นางอุยได้ไปที่บ้านจำเลยเพื่อจะขอเอาโคค่าสินสอด จำเลยไม่ยอมให้จึงเกิดทำร้ายกันขึ้นนายแบถูกฟันมีดบาดแผล ๕ แห่ง เป็นบาดเจ็บสาหัส ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทำร้ายนายแบเพื่อป้องกันทรัพย์แต่เกินกว่าเหตุ จึงพิพากษาว่าจำเลยผิดตามมาตรา ๒๕๖, ๕๓ จำคุกจำเลยคนละ ๑๐ ปี ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทำร้ายนายแบเพื่อป้องกันทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อนายพันไม่ยอมให้โค นายแบจะเอาให้ได้ ได้เข้าไปจับโคในคอกจำเลยจำเลยจึงได้ทำร้ายเอา โดยนายพันจำเลยได้ใช้ดาบฟันนายแบก่อน ๓ ที นายเพ็ชรจำเลยจึงเข้ามาใช้มีดโต้ฟันนายแบอีก ๑ ที แม้ว่านายแบไม่มีสิทธิจะมาเอาโคนั้นไปโดยพละการ แต่มูลกรณีที่ว่าจำเลยตกลงให้โคเป็นค่าสินสอดก็มีอยู่จริง การกระทำของจำเลยนับว่าเป็นการรุนแรงเกินควรแก่เหตุ
Result
จึงพิพากษากลับว่าจำเลยผิดตามมาตรา ๒๕๖, ๕๓ ให้จำคุกเลยคนละ ๖ เดือน