Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 13349/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์และการจำนองในที่ดินพิพาทที่อ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกโดยมีคำขอบังคับท้ายฟ้องเน้นให้เพิกถอนและให้โอนคืนตามลำดับก็เพื่อเรียกร้องให้ได้ที่ดินพิพาทกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่ทายาทของ ป. ผู้ตาย รวมทั้งประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามด้วย คดีของโจทก์ทั้งสามจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และมีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาที่ดินพิพาทจำนวน 233,000 บาท ซึ่งไม่เกิน 300,000 บาท คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงสุพรรณบุรี แม้โจทก์จะมีคำขอให้กำจัดจำเลยที่ 1 ไม่ให้รับมรดกของ ป. ซึ่งเป็นคดีที่ไม่มีทุนทรัพย์มาด้วย ก็เป็นคำขอต่อเนื่องลำดับที่รองลงไป เมื่อศาลแขวงสุพรรณบุรีมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคำขอหลักดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคำขออื่นที่รองลงไปนั้นได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 142 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม Section 17 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม Section 25

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 31329 ตำบลกระเสียว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับมีคำสั่งกำจัดมิให้จำเลยที่ 1 รับมรดกของนายประชา และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 31329 ตำบลกระเสียว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับจำเลยที่ 4 และให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 31329 ดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสาม หากจำเลยที่ 1 ไม่ไปให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงสุพรรณบุรี จึงให้โอนคดีไปพิจารณาที่ศาลแขวงสุพรรณบุรี แต่ศาลแขวงสุพรรณบุรีเห็นว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง จึงไม่รับโอนคดีและคืนสำนวนไปยังศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 31329 ตำบลกระเสียว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2554 และเพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับจำเลยที่ 4 ลงวันที่ 13 กันยายน 2554 กำจัดจำเลยที่ 1 มิให้ได้รับมรดกในที่ดินพิพาท ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสาม หากไม่ไปดำเนินการ ให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งโอนคดีนี้ไปยังศาลแขวงสุพรรณบุรีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามว่า คดีนี้อยู่ในเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลจังหวัดหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องคดีนี้ มีคำขอท้ายฟ้องเน้นตามลำดับก็เพื่อเรียกร้องให้ได้ที่ดินพิพาทกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่ทายาทของนายประชาผู้ตาย รวมทั้งประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสามด้วย คดีของโจทก์ทั้งสามจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และมีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาที่ดินพิพาทจำนวน 233,000 บาท ซึ่งไม่เกิน 300,000 บาท คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงสุพรรณบุรี แม้โจทก์จะมีคำขอให้มีคำสั่งกำจัดจำเลยที่ 1 ไม่ให้รับมรดกของนายประชาซึ่งเป็นคดีที่ไม่มีทุนทรัพย์มาด้วย

ก็เป็นคำขอต่อเนื่องลำดับที่รองลงไป เมื่อศาลแขวงสุพรรณบุรีมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคำขอหลักดังกล่าวข้างต้นแล้ว ก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคำขออื่นที่รองลงไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษามาจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พิศล พิรุณ · สมเกียรติ เจริญสวรรค์
Lower court
ศาลแขวงสุพรรณบุรี - นายรุ่งวิทย์ วิภาถาวรพงษ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวิเชียร แสงเจริญถาวร
Supreme Court black case no.
พ.1854/2557
Trial court black case no.
พ83/2557
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7353/2560

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลชั้นต้นดำเนินการประเมินราคาสิทธิการเช่าที่ดินพิพาทและอาคารซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวตามคำสั่งศาลฎีกาว่า สิทธิการเช่าที่ดินพิพาทมีมูลค่า 1,218,982.33 บาท ส่วนอาคารซึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 6630/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 362 และมีคำขอในส่วนแพ่งซึ่งมีทุนทรัพย์ที่พิพาทเกินกว่า 300,000 บาท ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงย่อมไม่มีอำนาจรับคดีส่วนแพ่งไว้พิจารณา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา…

Supreme Court Judgment No. 1891/2551

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท แต่จำเลยที่ 1 อ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะ และกล่าวหาว่าโจทก์บุกรุกที่สาธารณะ ให้โจทก์ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และรั้วกำแพงคอนกรีตออกจ…

Supreme Court Judgment No. 7212/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268 ซึ่งแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึง…

Supreme Court Judgment No. 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up