Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1335/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นภรรยาโจทก์ การที่จำเลยไม่ยอมพูดกับโจทก์ หากมีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือกันจำเลยจะเขียนจดหมายแทนการพูดกับโจทก์ก็เนื่องจากความผิดของโจทก์ที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงอื่นและทำร้ายร่างกายจำเลย ทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้บุตรได้ยินการทะเลาะกันระหว่างโจทก์กับจำเลย การกระทำของโจทก์เป็นเหตุอันสมควรที่จะทำให้จำเลยแสดงอาการดูถูกเกลียดชังโจทก์และไม่พูดคุยกับโจทก์ได้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติชั่ว และถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงอันจะเป็นเหตุหย่า มารดาของโจทก์เป็นลมเนื่องจากทะเลาะกับจำเลย เพราะจำเลยต้องการพาบุตรชายไปเที่ยวนอกบ้านแต่มารดาไม่ยอม เหตุดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามบุพการีโจทก์อย่างร้ายแรง.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกัน มีบุตรด้วยกัน3 คน จำเลยได้ประพฤติชั่วโดยแสดงอาการดูถูกรังเกียจและเกลียดชังโจทก์ ไม่ยอมพูดจา กินอยู่หลับนอนฉันสามีภรรยากับโจทก์มาเป็นเวลา 5 ปี และจำเลยหมิ่นประมาทบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรงโดยด่าว่ากล่าวมารดาโจทก์ด้วยถ้อยคำพยาบคายจนกระทั่งมารดาโจทก์เป็นลม ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนหย่าขาดจากโจทก์ หากจำเลบยไม่ยอมก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยน และให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้ปกครองบุตรจำเลยให้การว่า โจทก์ต่างหากที่ดูถูกเกลียดชังจำเลยและทำร้ายจำเลยโจทก์ไม่มีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นและต้องการสมรสใหม่กับหญิงอื่น จำเบลยไม่เคยหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง จำเลยเป็นผู้เหมาะสมที่จะปกครองบุตรทั้งสามยิ่งกว่าโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาประการแรกว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบฟังได้แล้วว่า จำเลยแสดงอาการดูถูกเกลียดชังโจทก์ ไม่พูดคุยกับโจทก์มานานหลายปี สั่งสอนบุตรธิดาว่าโจทก์เป้นคนเลว อันเป็นเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1516(2) แล้ว เห็นว่า แม้โจทก์มีจดหมายเอกสารหมาย จ.3ถึง จ.21 มาสืบประกอบคำเบิกความของโจทก์ว่าจำเลยไม่ยอมพูดกับโจทก์ หากมีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือกันจำเลยจะเขียนเป็นจดหมายก็ตาม แต่โจทก์ก็ไม่มีพยานบุคคลอื่นมาเบิกความสนับสนุนทั้งข้อความในเอกสารดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่จำเลยต่อว่าโจทก์ไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นและขอให้โจทก์รับผิดชอบต่อครอบครัว ซึ่งการพูดเรื่องดังกล่าวกับโจทก์จะทำให้เกิดการโต้เถียงทะเลาะกันและโจทก์จะทำร้ายร่างกายจำเลย

ทั้งจำเลยไม่ต้องการให้บุตรได้ยินการทะเลาะกันระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเขียนจดหมายแทน พยานหลักฐานของโจทก์ยังวฟังไม่ได้ว่าจำเลยไม่พูดคุยกับโจทก์และสั่งสอนบุตรธิดาว่าโจทก์เป็นคนเลว ทั้งการที่จำเลยต้องเขียนจดหมายแทนการพูดกับโจทก์เนื่องมาจากความผิดของโจทก์ที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงอื่นและทำร้ายร่างกายจำเลย ซึ่งเป็นเหตุผลอันสมควรที่จะทำให้จำเลยแสดงอาการดูถูกเกลียดชังโจทก์และไม่พูดคุยกับโจทก์ได้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นเหตุหย่าตามที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์ยัฟงังไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติชั่วตามฟ้องนั้นชอบแล้ว

โจทก์ฎีกาต่อไปว่า มารดาโจทก์เคยเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูทั้งโจทก์และจำเลยมาก่อน และเป็นผู้ที่มีอุปการะคุณกับทั้งโจทก์และจำเลย แต่จำเลยกลับไม่เคารพเชื่อฟัง ทั้งยังดึงดันแม้เหตุเพียงเล็กน้อยจนมารดาโจทก์ซึ่งมีอายุมากแล้วถึงกับเป็นลมไป ถือได้ว่าจำเลบยหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามบุพการีโจทก์อย่างร้ายแรงนั้น เห็นว่า โจทก์เบิกความเพียงว่าโจทก์ทราบจากคนอื่นว่ามารดาของโจทก์เป็นลมเนื่องจากทะเลาะกับจำเลยน เรื่องเกี่ยวกับจำเลยต้องการนำบุตรชายของโจทก์จำเลยไปเที่ยวนอกบ้าน แต่มารดาโจทก์ไม่ยอม เหตุดังกล่าวทั้งหมดที่โจทก์อ้างมาถึงแม้จะฟังว่าเป็นความจริงก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยหมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามบุพการีโจทก์อย่างร้ายแรง

ฎีกาโจทก์ข้อสุดท้ายว่า จำเลยดูถูกเกลียดชังโจทก์และญาติพี่น้องโจทก์ สั่งสอนบุตรธิดาว่าโจทก์เป็นคนเลว และแสดงอาการหมิ่นประมาทเหยียดหยามไม่เคารพบุพการีของโจทก์เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงนั้น เห็นว่า ตามที่ได้วินิจฉัยไว้แล้วข้างต้นแล้วว่าพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำการดังกล่าวและมีเหตุผลอันสมควรที่ทำให้จำเลยแสดงอาการดูถูกเกลียดชังโจทก์ได้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภรรยากันอย่างร้ายแรง สรุปแล้วยังไม่มีเหตุที่โจทก์จะฟ้องหย่าจำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
มีพาศน์ โปตระนันทน์ · เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1303/2568

จำเลยฎีกาว่า บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัวตามเอกสารหมาย จ. 13 ข้อ 4 ความว่า "หากผู้ให้สัญญาทำร้ายร่างกายผู้รับสัญญา หรือบุคคลในครอบครัวคนหนึ่งคนใด ผู้ให้สัญญาขอสละสิทธิในสินสมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับ…

Supreme Court Judgment No. 2109/2567

สิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูหาใช่เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฟ้องหย่าไม่ เมื่อฝ่ายภริยาคือจำเลยไม่ได้ทำงานประจำและมีรายได้ไม่แน่นอนย่อมเป็นฝ่ายที่ควรได้รับการอุปการะเลี้ยงดู แต่ไม่ได้รับการอุปการะเล…

Supreme Court Judgment No. 451/2567

เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกินสามปีเท่านั้น ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกคือ ต้องเป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาด้วย ตามฟ้องโจ…

Supreme Court Judgment No. 4977/2565

จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญการพิเศษโดยยกฟ้องโจทก์ คดีมีประเด็นตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่…

Supreme Court Judgment No. 4969/2565

การเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้ร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up