คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 297
ระหว่างพิจารณา นายอดิศักดิ์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) ประกอบมาตรา 83 ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 2 อายุ 18 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 หนึ่งในสามจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี จำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยเพียงตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เป็นการกล่าวอ้างที่ง่ายต่อการเสริมแต่งขึ้นภายหลัง ตรงกันข้ามลักษณะการเดินทางไปทำร้ายคนอื่นตามที่กล่าวอ้างที่จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ไปคนเดียว ส่วนจำเลยที่ 2 ขับและนั่งซ้อนท้ายไปกับพวก กลับเหมือนลักษณะที่คนร้ายทั้งสามคนเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุแล้วทำร้ายผู้เสียหายตามที่นายณรงค์เบิกความนั่นเอง พยานหลักฐานจำเลยทั้งสองขาดไร้ซึ่งเหตุผล ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ไม่สามารถรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
Result
พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 (8) ประกอบมาตรา 83 ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 2 อายุ 18 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 หนึ่งในสามจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี จำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพ และทางนำสืบของจำเลยทั้งสองให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี จำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และยกฎีกาของนายอดิศักดิ์