Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 13467/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้คัดค้านที่ 1 มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านที่ 1 กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากรอันเป็นความผิดมูลฐานหนึ่งที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง คงอุทธรณ์เถียงแต่เฉพาะว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิได้มีพฤติการณ์เป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ เท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังยุติว่า ผู้คัดค้านที่ 1 กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร อันเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2522 มาตรา 3 (7) ซึ่งศาลย่อมมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 Section 3

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตามบัญชีทรัพย์เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 4 พร้อมดอกผลอันเกิดมีขึ้นซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนางเชาวนี และผู้คัดค้านทั้งสองกับพวกตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49 และ 51 ต่อไป ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว นางเชาวนี ไม่ยื่นคำคัดค้าน ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านทั้งสองไม่ได้กระทำความผิดอาญาหรือเป็นผู้ประกอบอาชญากรรมโดยถูกจับกุมดำเนินคดีต่อศาล และไม่เข้าลักษณะความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ผู้คัดค้านทั้งสองได้ทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องของผู้ร้องมาโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจค้าไม้ที่ผู้คัดค้านที่ 1 ร่วมลงทุนในประเทศมาเลเซีย

การยึดและหรืออายัดของคณะกรรมการธุรกรรมไม่ชอบเพราะผู้คัดค้านทั้งสองไม่ได้กระทำความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 การที่คณะกรรมการธุรกรรมนำทรัพย์สินที่ยึดและหรืออายัดบางส่วนไปขายทอดตลาดโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทั้งสองทราบเป็นการขายทอดตลาดโดยไม่ชอบ ขอให้ยกคำร้อง และขอให้ศาลมีคำสั่งคืนทรัพย์สินแก่ผู้คัดค้านทั้งสองและบุตรทั้งสี่ของผู้คัดค้านทั้งสองด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 21 รายการที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดไว้ตามบัญชีทรัพย์ พร้อมดอกผลของทรัพย์สินดังกล่าวอันเกิดมีขึ้นตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของผู้คัดค้านทั้งสองให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาประการแรกของผู้คัดค้านทั้งสองมีว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านทั้งสองถูกต้องชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องกล่าวอ้างเป็นข้อสำคัญว่านอกจากนางเชาวนีและผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกเป็นผู้มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษแล้ว นางเชาวนีและผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกยังมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ซึ่งล้วนเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (1) (7) และศาลชั้นต้นมีคำสั่งโดยวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามพยานหลักฐานของผู้ร้องว่า

ผู้คัดค้านที่ 1 มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ และได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร อันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (1) (7) สำหรับ ผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาของผู้คัดค้านที่ 1 รวมทั้งบุตรอีก 4 คนของผู้คัดค้านที่ 1 ถือได้ว่าต่างเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดมูลฐาน จึงมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน 21 รายการตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 51 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ดังนี้ เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านที่ 1 กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากรอันเป็นความผิดมูลฐานหนึ่งที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง

คงอุทธรณ์เถียงแต่เฉพาะว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิได้มีพฤติการณ์เป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ เท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังยุติว่าผู้คัดค้านที่ 1 กระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร อันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2522 มาตรา 3 (7) ซึ่งศาลย่อมมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดินอยู่นั่นเอง ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษไม่เป็นสาระสำคัญที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้นเปลี่ยนแปลงไป จึงชอบแล้ว

ส่วนผู้คัดค้านที่ 2 ก็มิได้อุทธรณ์ว่า ผู้คัดค้านที่ 2 มิได้เป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คัดค้านที่ 1 ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา คงอุทธรณ์เถียงเพียงว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและการลักลอบหนีศุลกากร ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้คัดค้านที่ 1 รับฟังได้ดังวินิจฉัยมาข้างต้น ผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คัดค้านที่ 1 ที่เป็นผู้กระทำความผิดมูลฐาน ผู้คัดค้านที่ 2 จึงอยู่ในฐานะต้องมีภาระการพิสูจน์ถึงที่มาของทรัพย์สินตามคำร้อง แต่ตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 2 มิได้อุทธรณ์เถียงในข้อดังกล่าวมาด้วย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเถียงว่าผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษและมิได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ล้วนไม่เป็นสาระสำคัญที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัย จึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองในประการนี้ฟังไม่ขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองในประการอื่นที่เหลืออีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
พินิจ สายสอาด · เกษม เกษมปัญญา · ไมตรี สุเทพากุล
Lower court
ศาลแพ่ง - นางศุทธดา วัฒนวิเชียร
ศาลอุทธรณ์ - นายกานต์ วงศ์ศิริ
Supreme Court black case no.
ปค.11/2556
Trial court black case no.
ฟ75/2548
Trial court red case no.
ฟ20/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1172/2566

นอกจากคดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาตามฎีกาของโจทก์และจำเลยทั้งสองในข้อกฎหมายแล้ว ปัญหาตามฎีกาของของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และฐานร่วมกันประก…

Supreme Court Judgment No. 5213/2566

การที่ผู้คัดค้านนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเกินกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่แจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร อันเป็นการฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ประกาศห…

Supreme Court Judgment No. 4323/2566

ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดให้รวมถึงเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่าย จ่าย โอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการก…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 697518)

การยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของบุคคลตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 อันเป็นกฎหมายที่กำหนดทั้งความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินซึ่งมีโทษทั้งอาญาและมาตรการทางแพ่งใ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 694164)

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 บัญญัติให้มีความผิดมูลฐานเพื่อกำหนดประเภทของความผิดอาญาที่นำมาใช้เป็นฐานในการดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินต่อบุคคลที่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อทรัพย?สินที่เกี่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up