Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1352/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทำเอกสารเท็จยื่นขอเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของมณฑลทหารบกที่ 31 แม้ค่ารักษาพยาบาลดังกล่าวอยู่ใน ความดูแลรับผิดชอบของมณฑลทหารบกที่ 31 แต่มณฑลทหารบกที่ 31เป็นเพียงหน่วยงานของกองทัพบกสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 มาตรา 17 กำหนดให้กองทัพบกเป็นนิติบุคคล มณฑลทหารบกที่ 31 ไม่มีฐานะ เป็นนิติบุคคลจึงไม่ใช่ผู้เสียหายหรือถือว่าเป็นผู้แทนอื่นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) การที่ พลตรี ศ. ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบอำนาจให้พันโท ป. มาร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ้อโกงซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวแทนกองทัพบก จึงถือว่าไม่มีการร้องทุกข์พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกและจ่าสิบเอกวิวัฒน์ ขำสุวรรณ์ จำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 143/2540 ของศาลชั้นต้นได้ร่วมกันหลอกลวงกองทัพบกผู้เสียหายที่ 1 และมณฑลทหารบกที่ 31 (ค่ายจิรประวัติ) ผู้เสียหายที่ 2 ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยจำเลยกับพวกและจ่าสิบเอกวิวัฒน์ได้ร่วมกันจัดทำใบสำคัญความเห็นแพทย์ ใบสั่งการรักษา/แจ้งหนี้ ใบรับรองรายการยาและอวัยวะเทียมที่ไม่มีจำหน่ายในสถานพยาบาล ใบเสร็จรับเงินแสดงการจัดซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์ โดยอ้างว่านางผอบ ขำสุวรรณ์มารดาของจ่าสิบเอกวิวัฒน์ป่วย พิการ เข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดตาก และได้ซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์ไปเป็นเงิน 23,910 บาท อันเป็นความเท็จ ความจริงนางผอบไม่ได้ป่วย พิการ ไม่ได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ และไม่ได้มีการซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้น แล้วจ่าสิบเอกวิวัฒน์ได้นำเอกสารไปยื่นขอเบิกเงินจากเจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายที่ 2 โดยการหลอกลวงเช่นว่านั้นทำให้เจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายที่ 2 หลงเชื่อจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จ่าสิบเอกวิวัฒน์และจำเลยกับพวกไป เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 23,910 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง และนับโทษต่อจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุก 1 ปี นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1013/2542, 1014/2542, 1015/2542และ 1016/2542 ของศาลชั้นต้น คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 341 ป.วิ.อ. Section 2 ป.วิ.อ. Section 5 พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2503 Section 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า นอกจากกองทัพบกจะเป็นผู้เสียหายในคดีนี้แล้ว มณฑลทหารบกที่ 31 จะเป็นผู้เสียหายในคดีที่จำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 หรือไม่ ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยร่วมกับพวกจัดทำเอกสารใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งหนี้ ใบรับรองรายการยาและอวัยวะเทียมและใบเสร็จรับเงินว่านางผอบ ขำสุวรรณ์ เข้ารับการรักษาจากแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดตาก และได้ซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์เป็นเงิน 23,910 บาท อันเป็นความเท็จแล้วยื่นขอเบิกเงินจำนวนดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของมณฑลทหารบกที่ 31 เป็นการฉ้อโกงกองทัพบกและมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองได้รับความเสียหายซึ่งข้อเท็จจริงในทางพิจารณารับฟังได้ว่า

ค่ารักษาพยาบาลที่จำเลยกับพวกเบิกไปจากมณฑลทหารบกที่ 31 เป็นเงินสวัสดิการอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของมณฑลทหารบกที่ 31 ซึ่งมณฑลทหารบกที่ 31 เป็นเพียงหน่วยงานของกองทัพบกผู้เสียหายที่ 1 สังกัดกระทรวงกลาโหม ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 มาตรา 17 กำหนดให้กองทัพบกเป็นนิติบุคคล มณฑลทหารบกที่ 31 ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มณฑลทหารบกที่ 31 เป็นเพียงต้นสังกัดผู้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของกองทัพบกแก่จำเลยกับพวกเท่านั้น มณฑลทหารบกที่ 31 จึงไม่ใช่ผู้เสียหายหรือถือว่าเป็นผู้แทนอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) การที่พลตรีศิลกัล กัลยาณมิตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบอำนาจให้พันโทประยูร

ต๊ะปินตามาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยกับพวกฐานความผิดฉ้อโกงซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว มิใช่คดีอาญาแผ่นดินแทนกองทัพบกผู้เสียหายที่ 1 ทั้งกองทัพบกก็ไม่ได้ร้องทุกข์ จึงถือว่าไม่มีการร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120, 121 ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยไม่ให้การต่อสู้ ศาลย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · วิเทพ ศิริพากย์ · มงคล ทับเที่ยง
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

Supreme Court Judgment No. 324/2568

เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็น…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 693444)

โจทก์ร่วมทั้งสองถูกจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เอกสารราชการสำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและสำเนาระวางที่ดินปลอมมาหลอกลวงขายที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่มีสิ่งปลูกสร้างว่าเป็นที่ดินมีสิ่งปลูกสร้า…

Supreme Court Judgment No. 4536/2565

ความผิดฐานกระทำอนาจาร พยายามกระทำชำเรา และกระทำชำเรา ผู้เสียหายเท่านั้นเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดดังกล่าว มารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย แ…

Supreme Court Judgment No. 1350/2563

ขณะ จ. อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย จ. คบหาฉันชู้สาวกับผู้ตายจนเป็นสาเหตุให้จำเลยหึงหวงและทะเลาะกัน แล้วแยกกันอยู่กับ จ. ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันอีก วันเกิดเหตุเมื่อผู้ตายเห็นรถจำเลยจอดอยู่ จึงขับร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up