คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า นอกจากกองทัพบกจะเป็นผู้เสียหายในคดีนี้แล้ว มณฑลทหารบกที่ 31 จะเป็นผู้เสียหายในคดีที่จำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 หรือไม่ ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยร่วมกับพวกจัดทำเอกสารใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งหนี้ ใบรับรองรายการยาและอวัยวะเทียมและใบเสร็จรับเงินว่านางผอบ ขำสุวรรณ์ เข้ารับการรักษาจากแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดตาก และได้ซื้ออวัยวะเทียมพร้อมอุปกรณ์เป็นเงิน 23,910 บาท อันเป็นความเท็จแล้วยื่นขอเบิกเงินจำนวนดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของมณฑลทหารบกที่ 31 เป็นการฉ้อโกงกองทัพบกและมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองได้รับความเสียหายซึ่งข้อเท็จจริงในทางพิจารณารับฟังได้ว่า
ค่ารักษาพยาบาลที่จำเลยกับพวกเบิกไปจากมณฑลทหารบกที่ 31 เป็นเงินสวัสดิการอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของมณฑลทหารบกที่ 31 ซึ่งมณฑลทหารบกที่ 31 เป็นเพียงหน่วยงานของกองทัพบกผู้เสียหายที่ 1 สังกัดกระทรวงกลาโหม ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 มาตรา 17 กำหนดให้กองทัพบกเป็นนิติบุคคล มณฑลทหารบกที่ 31 ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มณฑลทหารบกที่ 31 เป็นเพียงต้นสังกัดผู้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของกองทัพบกแก่จำเลยกับพวกเท่านั้น มณฑลทหารบกที่ 31 จึงไม่ใช่ผู้เสียหายหรือถือว่าเป็นผู้แทนอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) การที่พลตรีศิลกัล กัลยาณมิตร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบอำนาจให้พันโทประยูร
ต๊ะปินตามาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยกับพวกฐานความผิดฉ้อโกงซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว มิใช่คดีอาญาแผ่นดินแทนกองทัพบกผู้เสียหายที่ 1 ทั้งกองทัพบกก็ไม่ได้ร้องทุกข์ จึงถือว่าไม่มีการร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120, 121 ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยไม่ให้การต่อสู้ ศาลย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"
Result
พิพากษายืน