Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 13531/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลแรงงานกลางพิจารณาคำร้องของจำเลยเฉพาะเหตุในเนื้อหาแห่งคดีตามที่โจทก์จำเลยแถลงรับกัน โดยไม่ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งความจำเป็นที่จำเลยมาศาลไม่ได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 41 การดำเนินกระบวนพิจารณาจึงไม่ชอบ เมื่อข้อเท็จจริงยุติว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยชอบแล้วและโจทก์ไม่ได้คัดค้านข้อเท็จจริงที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียว พนักงานรักษาความปลอดภัยลงชื่อรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 ตามปกติพนักงานรักษาความปลอดภัยทำงานเป็นกะจึงต้องมีพนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่นผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่แทนคนที่รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง การที่พนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่นเห็นซองเอกสารบรรจุหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจ่าหน้าถึงจำเลยแล้วเพิ่งนำส่งจำเลยในวันที่ 14 กันยายน 2554 ซึ่งล่วงเลยไปเป็นเวลาถึง 21 วัน จึงเป็นเรื่องผิดปกติ ความผิดพลาดที่ทำให้จำเลยทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องล่าช้าเกิดจากการบริหารจัดการของจำเลยเอง การที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ จึงไม่ใช่เหตุแห่งความจำเป็นที่เป็นการสมควรยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 41

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย ศาลแรงงานกลางกำหนดวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์วันที่ 12 กันยายน 2554 เวลา 9 นาฬิกา โดยออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลในวันเวลาดังกล่าว ส่งให้จำเลยพร้อมสำเนาคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ เลขที่ 2222 หมู่ที่ 7 ถนนเทพารักษ์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ตามที่โจทก์ระบุไว้ในคำฟ้องว่าเป็นภูมิลำเนาของจำเลย มีพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งอยู่ในบริษัทจำเลยเป็นผู้รับแทน ครั้นถึงเวลานัดปรากฏว่าจำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดแล้วพิจารณาคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียวและพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์ วันที่ 19 กันยายน 2554 จำเลยยื่นคำร้องว่า คดีมีการส่งหมายเรียกให้จำเลยโดยชอบแล้ว แต่จำเลยไม่ทราบเนื่องจากพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทที่รับจ้างจำเลยเป็นคนรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้โดยไม่ได้ส่งมอบให้จำเลย ต่อมาเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยคนใหม่ที่มาทำหน้าที่แทนพนักงานรักษาความปลอดภัยคนเดิมเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลระบุชื่อจำเลยเป็นผู้รับจึงส่งมอบให้จำเลย จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2554 จำเลยมีทางชนะคดีเพราะจำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ แต่โจทก์ขาดงานติดต่อกัน 3 วัน โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง

ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งให้จำเลยขาดนัดและสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวและมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เป็นการประวิงการบังคับคดีและจำเลยไม่อาจอ้างได้ว่าไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางนัดไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ถึงวันนัดโจทก์และทนายจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงร่วมกันว่า โจทก์เกษียณอายุครบ 55 ปี วันที่ 30 มิถุนายน 2554 แต่โจทก์ยังทำงานกับจำเลยต่อถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2554 และหลังจากโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 โจทก์ก็ไม่ไปทำงานกับจำเลยอีกเลย โจทก์และจำเลยไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับการทำงานต่อของโจทก์ภายหลังจากเกษียณอายุ แล้วทนายจำเลยแถลงว่าเมื่อข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าวก็ไม่ติดใจไต่สวน

ศาลแรงงานกลางเห็นว่า สิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเงินจากกรณีเกษียณอายุเกิดขึ้นเมื่อโจทก์เกษียณอายุโดยทันที เนื่องจากโจทก์และจำเลยมิได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับการทำงานต่อของโจทก์ ดังนั้นไม่ว่าโจทก์จะขาดงานเกิน 3 วัน ตามที่จำเลยกล่าวอ้างและจำเลยไม่มีเจตนาเลิกจ้างโจทก์ก็ตาม ก็ไม่ทำให้จำเลยชนะคดี จึงให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยรับว่า มีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโดยชอบแล้ว แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยที่รับไว้แทนไม่ได้ส่งต่อให้จำเลยกับอ้างเหตุในเนื้อหาแห่งคดีมาว่า จำเลยมีทางชนะคดีและศาลแรงงานกลางก็พิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย โดยพิเคราะห์เฉพาะเหตุในเนื้อหาแห่งคดีตามที่โจทก์และฝ่ายจำเลยแถลงรับกันโดยเห็นว่าจำเลยไม่อาจชนะคดี โดยศาลแรงงานกลางไม่ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งความจำเป็นที่จำเลยมาศาลไม่ได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 41 การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางจึงไม่ชอบ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อข้อเท็จจริงยุติว่า

การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยชอบแล้วและโจทก์ไม่ได้คัดค้านข้อเท็จจริงถึงเหตุที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ตามคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางไต่สวนและมีคำสั่งใหม่

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์วันที่ 12 กันยายน 2554 มีเหตุแห่งความจำเป็นที่สมควรยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่หรือไม่ จำเลยอ้างว่า พนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทอื่นที่รับจ้างจำเลยเป็นผู้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้วเก็บไว้ไม่ส่งให้จำเลย จนกระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยคนใหม่ที่มาทำหน้าที่แทนพนักงานรักษาความปลอดภัยคนเดิมเห็นซองเอกสารจึงส่งมอบให้จำเลยในวันที่ 14 กันยายน 2554 เห็นว่า ตามใบไปรษณีย์ตอบรับการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องปรากฏว่า พนักงานรักษาความปลอดภัยลงชื่อรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 เวลา 13 นาฬิกา นับแต่วันที่พนักงานรักษาความปลอดภัยรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องถึงวันที่ 14 กันยายน 2554 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยทราบว่าถูกฟ้องเป็นเวลานานถึง 21 วัน ตามปกติพนักงานรักษาความปลอดภัยจะทำงานเป็นกะ จึงต้องมีพนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่นผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่แทนพนักงานรักษาความปลอดภัยที่รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในกะและในวันต่อ

ๆ มาเห็นซองเอกสารที่บรรจุหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง การที่พนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่น ๆ เห็นเอกสารที่จ่าหน้าถึงจำเลย แล้วไม่ส่งต่อให้จำเลยแต่เพิ่งมาส่งให้เมื่อเวลาล่วงเลยไปเป็นเวลาถึง 21 วัน จึงเป็นเรื่องผิดปกติและกรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม แม้ข้อเท็จจริงเป็นไปตามคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย ความผิดพลาดที่ทำให้จำเลยทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องล่าช้าก็เกิดจากการบริหารจัดการของจำเลยเองที่จำเลยไม่ได้กำชับบริษัทรักษาความปลอดภัยหรือตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เหตุที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ จึงไม่ใช่เหตุแห่งความจำเป็นที่เป็นการสมควรจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมจิตร์ ทองศรี · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ธีระพงศ์ จิระภาค
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายสุรชัย สุรัตนโสภณ
Supreme Court black case no.
ร.678/2555
Trial court black case no.
สป464/2554
Trial court red case no.
สป316/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 13165/2558

กรณีที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ได้บัญญัติไว้แล้วอย่างไรต้องบังคับไปตามนั้น จะนำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับไม่ได้เพราะ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ม…

Supreme Court Judgment No. 3022/2552

การพิจารณาคดีแรงงานมีวิธีพิจารณาต่างกับคดีแพ่งทั่วๆ ไป โดยมี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ บัญญัติไว้เป็นพิเศษ กรณีที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ ได้บัญญัติไว้แล้ว…

Supreme Court Judgment No. 97/2549

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา โดยกำหนดวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ และออกหมายเรียกให้จำเลยที่ 1 มาศาลในวันนัด พร้อมกับส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 1 โดยชอบ จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ร…

Supreme Court Judgment No. 2558/2548

ศาลแรงงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคสอง จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่เกินเวลา 7 วันนับแต่วันที่ศาลแรง…

Supreme Court Judgment No. 8801/2547

จำเลยที่ 2 ขอพิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่าได้ย้ายที่อยู่จากจังหวัดอุบลราชธานีไปอยู่กับบุตรสาวเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยที่จังหวัดเพชรบุรี จำเลยที่ 2 ไม่เคยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเนื่องจากโจทก์นำส่งหมายเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up