Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1361/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจาร ไม่ว่าผู้เสียหายจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจไปกับจำเลยก็เป็นความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร ถือเจตนาของจำเลยที่พาไปหรือแยกผู้เสียหายออกจากความดูแลของบิดามารดาของผู้เสียหายโดยปราศจากเหตุอันสมควร

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๒๗๗, ๓๑๗

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง, ๓๑๗ วรรคสาม ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ แล้ว ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่ออนาจารให้จำคุก ๓ ปี ฐานกระทำชำเราให้จำคุก ๔ ปี รวมจำคุก ๗ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน ฐานกระทำชำเรา จำคุก ๓ ปี ๖ เดือน ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๑ ปี ๓ เดือน ฐานกระทำชำเรา จำคุก ๑ ปี ๙ เดือน รวมจำคุก ๒ ปี ๑๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายเต็มใจไปกับจำเลย จึงไม่เป็นการพรากผู้เยาว์นั้น เห็นว่า เด็กหญิงรุ่งระวีย์ พิมลศรี ผู้เสียหาย เบิกความว่า ในวันเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังจะไปโรงเรียนแต่ระหว่างทางพบจำเลย และจำเลยเป็นคนพาผู้เสียหายไปที่หอพักของเพื่อนจำเลย เมื่อซื้อเบียร์มาดื่มได้สักครู่หนึ่ง จำเลยก็อุ้มผู้เสียหายขึ้นไปที่ห้องบนชั้นสอง แล้วกระทำชำเราผู้เสียหายโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจารแล้ว ไม่ว่าผู้เสียหายจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจไปกับจำเลยก็ตามเพราะความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่ออนาจารนั้น ถือเจตนาของจำเลยที่พาไปหรือแยกผู้เสียหายออกจากความดูแลของบิดามารดาของผู้เสียหายโดยปราศจากเหตุอันสมควร

ทั้งข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเป็นการพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น _ _ _ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง, ๓๑๗ วรรคสาม ขณะกระทำความผิดอายุไม่เกิน ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ แล้ว ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๒ ปี ๖ เดือน ปรับ ๕,๐๐๐ บาท ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุก ๓ ปี ๖ เดือน ปรับ ๗,๐๐๐ บาท ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๑ ปี ๓ เดือน

ปรับ ๒,๕๐๐ บาท ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปีจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน ปรับ ๓,๕๐๐ บาท รวมจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน ปรับ ๖,๐๐๐ บาท โทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ ๒ ปี ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือน ต่อครั้ง ภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษ โดยให้จำเลยตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและรายงานผลการศึกษาให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง กับให้พนักงานคุมประพฤติจัดให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่เห็นสมควรเป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง ห้ามจำเลยสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และของมึนเมา เที่ยวเตร่ในยามวิกาล รวมทั้งไม่คบหาสมาคมกับบุคคลที่ประพฤติตนดังกล่าว ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ นายพศวัจณ์ กนกนาก ผู้ช่วยฯ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายโชติช่วง ทัพวงศ์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ

Matter details

Panel of judges
วิชา มหาคุณ · วิชัย วิวิตเสวี · ชวลิต ยอดเณร
Lower court
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสาธิต สุทธิสัตยารักษ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุภิญโญ ชยารักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2580/2563

คำว่า "ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน" ตามบทบัญญัติของ ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก หมายถึงการเป็นภริยาหรือสามีกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครอบครัว ลักษณะ…

Supreme Court Judgment No. 2829/2563

การวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายที่ 2 ยินยอมให้จำเลยทั้งสามกระทำชำเราหรือไม่ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบในศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพโดยไม่ได้นำสืบต่อส…

Supreme Court Judgment No. 4147/2550

ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก บัญญัติให้ผู้กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนมีความผิดโดยไม่คำนึงถึงว่าเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ แต่หากเด็กหญิงนั้นยินยอมก็มิได้หมายความว่า เด็กหญิงนั้น…

Supreme Court Judgment No. 59/2567

ศาลสืบพยานหลักฐานของโจทก์ประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้อาวุธมีดแทงโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 และพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 5492/2567

จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์สืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นฟังพยานโจทก์ว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายโดยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล กา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up