คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินคืนจากจำเลย โดยอ้างว่าเรียกเก็บจากเงินที่ผู้เช่าให้แก่โจทก์เป็นค่าลงทุนปลูกสร้าง ด้วยเป็นการไม่ชอบ
จำเลยให้การว่า โจทก์ได้เรียกเงินกินเปล่าจากผู้เช่า ไม่ใช่ผู้เช่าสมัครใจให้เป็นค่าลงทุนปลูกสร้าง แม้ผู้เช่าสมัครใจให้ จำเลยก็ประเมินเก็บภาษีได้ตามกฎหมาย ในที่สุดคู่ความตกลงขอให้ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิประเมินค่าภาษีในจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้องหรือไม่
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน ๔๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ยให้แก่โจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา ๘ แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ให้ผู้รับประเมินเสียค่าภาษีตามค่ารายปีของทรัพย์สิน และมาตรานี้ได้ระบุถึงค่ารายปีว่าหมายถึงจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ และให้ถือเอาค่าเช่าคำนวณค่ารายปี แต่ถ้าค่าเช่านั้นเป็นจำนวนที่ไม่สมควร เจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจคำนวณเสียใหม่ได้ตามที่กล่าวมาแล้ว จะพึงเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจประเมิน หรือเรียกเก็บเกินกว่าที่กฎหมายระบุไว้ จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ แสดงให้เห็นว่าเงินกินเปล่านั้นเป็นจำนวนเงินที่ต้องด้วยลักษณะค่ารายปีตามมาตรา ๘ ฉะนั้นจำเลยจึงไม่มีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีในเงินกินเปล่า
Result
พิพากษายืน.