Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1375/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตาม ประกาศกระทรวงมหาดไทยออกโดย อาศัยอำนาจตาม ความในมาตรา 6แห่ง พ.ร.ฎ. แบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2508ข้อ 8 กำหนดให้กองปราบปรามมีเขตอำนาจรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.วิ.อ. และตาม บทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักร และตาม ระเบียบกรมตำรวจว่าด้วยกำหนดหน้าที่การงานในราชการกรมตำรวจ (ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2519ข้อ 15(ก)7 กำหนดให้กองกำกับการ 7 ซึ่ง เป็นหน่วยงานสังกัดกองปราบปรามมีอำนาจหน้าที่สืบสวนคดีอาญาต่าง ๆ ตาม กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ฯลฯ ทั่วราชอาณาจักร ดังนั้น การสอบสวนคดีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ ซึ่ง มิได้ทำการสอบสวนโดย พนักงานสอบสวนท้องที่ที่ความผิดได้ เกิดขึ้น แต่ เป็นการสอบสวนโดย เจ้าพนักงานตำรวจแผนก 3 กองกำกับการ 7 กองปราบปราม จึงถือ ว่าเป็นการสอบสวนโดยเจ้าพนักงานซึ่ง กฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน และเป็นการสอบสวนที่ ชอบด้วย กฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(6)120พนักงานอัยการจึงยื่นฟ้องคดีต่อ ศาลอาญา ซึ่ง มี อำนาจรับพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นนอกเขตอำนาจได้.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 2 ป.วิ.อ. Section 120 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม Section 14

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ให้การรับสารภาพจำเลยที่ 4 ที่ 5 ให้การรับสารภาพ แต่ภายหลังขอถอนคำให้การเดิมเป็นให้การปฏิเสธจำเลยที่ 6 ที่ 7 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่6 มีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66วรรคสอง ทั้งสองฐานซึ่งมีโทษเท่ากัน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ให้ลงโทษประหารชีวิตในข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยที่ 4แม้ขณะกระทำผิดเป็นข้าราชการ ซึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 100 ให้ระวางโทษเป็นสามเท่า แต่เมื่อต้องโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่ต้องเพิ่มระวางโทษอีก

คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบกับมาตรา 52(2) ที่แก้ไขแล้ว คงให้จำคุกตลอดชีวิตสำหรับจำเลยที่ 7 ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 อุทธรณ์ ส่วนจำเลยที่ 2 อุทธรณ์แต่ขอถอนอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนสำหรับจำเลยที่ 2 มายังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 245ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 7 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน เป็นความผิดกรรมเดียว ซึ่งมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีน ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 7 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้ง 4 ฎีกาค้านว่า การสอบสวนคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมิได้ทำการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งความผิดได้เกิดขึ้นแต่เป็นการสอบสวนโดยเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามนั้น เห็นว่าตามประกาศกระทรวงมหาดไทยออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยพ.ศ. 2508 ข้อ 8 กำหนดให้กองปราบปรามมีเขตอำนาจรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามบทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดคดีอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักรและตามระเบียบกรมตำรวจว่าด้วยกำหนดหน้าที่การงานในราชการกรมตำรวจ(ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2519 ข้อ 15(ก) 7 กำหนดให้กองกำกับการ 7 ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกองปราบปรามมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญาต่าง

ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ฯลฯทั่วราชอาณาจักร ดังนั้นการสอบสวนคดีนี้ซึ่งดำเนินการโดยร้อยตำรวจโทสมจิตต์ วิชัย เจ้าพนักงานแผนก 3 กองกำกับการ 7กองปราบปราม จึงถือว่าเป็นการสอบสวนโดยเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน และเป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(6), 120พนักงานอัยการจึงยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา ซึ่งมีอำนาจรับพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นนอกเขตอำนาจได้..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 704038)

จำเลยได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนมาแล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ถึงเดือนมกราคม 2563 แล้วจำเลยให้การว่าจำเลยขอหยุดให้การต่อพนักงานสอบสวนไว้เพียงแค่นี้ก่อน เนื่องจากจำเลยมีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน และ…

Supreme Court Judgment No. 3473/2563

โจทก์ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 5, 9, 10, 12 (1) (2) อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน มิใช่เป็นความผิดอันยอมความได้ ดังนั้น พนักงานสอบสวนย่อมมีอ…

Supreme Court Judgment No. 6774/2558

การที่โจทก์ร่วมทั้งสองไปที่เกิดเหตุก็เพื่อต้องการขายที่ดินเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะร่วมเล่นการพนันกับจำเลยและพวกมาตั้งแต่ต้น และการที่โจทก์ร่วมทั้งสองยอมมอบเงินให้แก่จำเลยกับพวกไปก็สืบเนื่องมาจากแผน…

Supreme Court Judgment No. 4560/2558

แม้ในเบื้องต้นโจทก์ร่วมที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แต่หลังจากนั้นโจทก์ร่วมที่ 1 ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนพร้อมกับร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ…

Supreme Court Judgment No. 13535/2553

ในขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยและพนักงานสอบสวนได้สอบสวนจำเลยนั้น พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 22)ฯ มาตรา 4 และมาตรา 39 ซึ่งได้บัญญัติเพิ่มเติมมาตรา 7/1 และมาตรา 134/4 ที่บัญญัติให้มีการแ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up