Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 138/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 112 จัตวา วรรคสี่ แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่ามุ่งประสงค์จะให้ผู้มีสิทธิรับเงินอากรคืนเพราะเหตุที่ได้ชำระไว้เกินจำนวนอันพึงต้องเสียหรือเสียเพิ่ม ได้รับดอกเบี้ยของเงินที่จะได้รับคืนในอัตราร้อยละ 0.625 ต่อเดือน หรือร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินที่จะได้รับคืนนับตั้งแต่วันที่ได้ชำระค่าอากรนั้น หาใช่นับตั้งแต่วันฟ้องไม่กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติศุลกากรโดยเฉพาะ จึงจะนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยผิดนัดมาใช้บังคับมิได้

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 224 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 112

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้นำเข้ากระจกเงาสีชาจากประเทศเยอรมันตะวันตก ๓ ครั้ง ซึ่งได้เสียภาษีอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลไว้แล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ทำการประเมินให้โจทก์เสียภาษีอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่ม ซึ่งโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่โจทก์ต้องจำยอมชำระภาษีเพิ่มตามที่ถูกประเมินดังกล่าวรวมเป็นเงิน ๑๑๕,๕๘๕.๖๘ บาทให้แก่จำเลย เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๒๘ ขอให้สั่งเพิกถอนการประเมินภาษีอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินภาษี ๑๑๕,๕๘๕.๖๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์ชำระจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๙,๘๒๓ บาท รวมเป็นเงิน ๑๒๕,๓๐๘.๖๘ บาท กับดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวของต้นเงิน ๑๑๕,๕๘๕.๖๘ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้มิใช่เป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดซึ่งสูงกว่าราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ เจ้าพนักงานประเมินจึงทำการประเมินให้โจทก์เสียอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเป็นจำนวนเงินตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นการประเมินที่ถูกต้องตามความเป็นจริงและเหตุผล โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินภาษีอากรคืนจากจำเลย ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินอากรขาเข้า ภาษีกาค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มของจำเลย ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๑๕,๕๘๕.๖๘ บาทคืนโจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในเงินต้นดังกล่าวในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก สำหรับจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาในชั้นนี้เฉพาะค่าดอกเบี้ยของเงินภาษีอากรคืนตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าอากรไว้จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๙,๘๒๓ บาทนั้น โจทก์มีสิทธิจะเรียกเอาได้หรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๑๑๒ จัตวา วรรคสี่ บัญญัติไว้ว่า 'ในกรณีที่ต้องคืนเงินอากร หรือเงินประกันค่าอากรเพราะเหตุที่ได้เรียกไว้เกินจำนวนอันพึงต้องเสียหรือเสียเพิ่มให้คืนพร้อมด้วยดอกเบี้ยอีกร้อยละ ๐.๖๒๕ ต่อเดือนของจำนวนที่ต้องคืน โดยไม่คิดทบต้นนับแต่วันที่ได้ชำระค่าอากร .......' ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่ากฎหมายมุ่งประสงค์จะให้ผู้ที่มีสิทธิรับเงินอากรคืนเพราะเหตุที่ได้ชำระไว้เกินจำนวนอันพึงต้องเสียหรือเสียเพิ่มนั้น

ได้รับดอกเบี้ยของเงินที่จะได้รับคืนในอัตราร้อยละ ๐.๖๒๕ ต่อเดือนของเงินที่จะได้คืนนับตั้งแต่วันที่ได้ชำระค่าอากรนั้นไว้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติศุลกากรโดยเฉพาะแล้ว จึงจะนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๒๔ ว่าด้วยผิดนัดมาบังคับใช้กับกรณีนี้หาได้ไม่ กรณีของโจทก์ต้องตามที่พระราชบัญญัติศุลกากรบัญญัติไว้ดังกล่าว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๐.๖๒๕ ต่อเดือนหรือร้อยละ ๗.๕ ต่อปีของเงินที่มีสิทธิได้รับคืนจำนวน ๑๑๕,๕๘๕.๖๘ บาท นับจากวันที่โจทก์ได้ชำระอากรคือวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๒๘ จนถึงวันฟ้อง ที่โจทก์ขอมาเป็นเงินจำนวน ๙,๘๒๓ บาทนั้นไม่เกินกว่าจำนวนเงินที่คำนวณได้ จำเลยที่ ๑ จึงต้องใช้เงินจำนวนนี้ให้โจทก์ด้วย รวมเป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับคืนทั้งสิ้น ๑๒๕,๔๐๘.๖๘ บาทแต่โจทก์ขอมาเพียง ๑๒๕,๓๐๘.๖๘ บาท จึงให้เท่าที่ขอมาที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

Result

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๒๕,๓๐๘.๖๘ บาทคืนโจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง.

Matter details

Panel of judges
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
Lower court
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืนศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1197/2539

สิทธิในการเรียกร้องหรือในการฟ้องคดีเพื่อเรียกคืนเงินอากรเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียนั้นจะต้องฟ้องภายใน 2 ปี นับแต่วันนำของเข้าตามมาตรา10 วรรคห้า แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 แม้โจทก์จ…

Supreme Court Judgment No. 5302/2533

การนำสินค้าเข้าเป็นอันสำเร็จแต่ขณะที่เรือซึ่งนำของเช่นนั้นได้เข้ามาในเขตท่าที่จะถ่ายของจากเรือหรือท่าที่มีชื่อส่งของถึงเมื่อจำเลยนำสินค้าเข้ามาในอาณาจักรสำเร็จ จึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าภาษีอากรให้โจทก์…

Supreme Court Judgment No. 2587/2532

จำเลยนำสินค้าของเด็กเล่นจากเมือง ฮ่องกง เข้ามาในราชอาณาจักรเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบแล้วปรากฏว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง จึงแจ้งการประเมินให้จำเลยชำระภาษีอากรขาเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุ…

Supreme Court Judgment No. 3350/2531

กฎหมายได้บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีผู้นำเข้าหรือลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ค่าภาษีอากรขาเข้า ค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลไว้ โดยเฉพาะแล้ว กล่าวคือ ในส่วนที่เป็นเงินภาษีอากรขาเข้าเพิ่มกรณีที่ตรวจเก็บอากรข…

Supreme Court Judgment No. 2488/2530

แม้ฎีกาของจำเลยจะคัดลอกข้อความในอุทธรณ์มา แต่ก็เป็นฎีกาในเหตุเดียวกับที่จำเลยอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57(3) นั้น คำว่าอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นว่านั้นฟ้อง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up