คำฟ้องและคำให้การ
เดิมจำเลยฟ้องอย่าจากโจทก์ได้ทำสัญญายอมกันโดยจำเลยจะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร์เดือนละ ๕๕ บาท ปรากฎว่าเมื่อเดือนมีนาคม ๒๔๗๗ จำเลยงดส่งเงินให้โจทก์ ๆ จึงฟ้องเรียกเงินประจำเดือนมีนาคม และเดือนต่อ ๆ ไปอีกตามสัญญายอม ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งไม่รับอุทธรณ์ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์จำเลยไม่ต้องห้าม จึงสั่งให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่
ศาลอุทธรณ์คงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยให้เงินโจทก์เดือนละ ๒๕ บาท เนื่องจากสัญญายอมนั้นเป็นการคลาดเคลื่อน ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ขึงไม่รับวินิจฉัย ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกา ๒ ครั้งกับค่าทนาย ๒๐ บาทแทนโจทก์