Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1396/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พนักงานอัยการเคยเป็นโจทก์ฟ้องอาญาต่อจำเลยในมูลคดีเดียวกับคดีนี้กล่าวหาว่าจำเลยลักกระแสไฟฟ้าของโจทก์และขอให้จำเลยชำระเงินค่ากระแสไฟฟ้าที่ลักไปคืนแก่โจทก์ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องโจทก์แล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ในฐานะจำเลยที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้กระแสไฟฟ้าให้รับผิดชำระค่ากระแสไฟฟ้าและค่าเสียหายตามสัญญาซึ่งจำเลยทำไว้กับโจทก์ ดังนี้แม้โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายจะมิได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีดังกล่าวก็ถือว่าพนักงานอัยการฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนส่วนแพ่งแทนโจทก์สำหรับสภาพแห่งความรับผิดอันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยแล้ว แต่ความรับผิดซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้ซึ่งเป็นความรับผิดตามลักษณะของสัญญาเป็นคนละเหตุกับที่พนักงานอัยการฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ราคาในคดีอาญา ฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับฟ้องของพนักงานอัยการในคดีก่อน เมื่อข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยแก้ไขเครื่องวัดการใช้กระแสไฟฟ้าอันจำเลยจะต้องชดใช้ค่าปรับตามสัญญาโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยชดใช้ค่าปรับตามสัญญาได้และปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับอนุญาตใช้กระแสไฟฟ้าเป็นเครื่องขนาด 50 แอมแปร์ 220 โวลต์ 1 ยก 2 สาย จากโจทก์และโจทก์ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า เลขที่ ต/130-16315จำเลยตกลงว่าจะชำระค่าธรรมเนียมในการใช้ไฟฟ้าตามอัตราค่าไฟฟ้าที่โจทก์กำหนด ค่าเสียหายหรือค่าปรับ ค่าไฟฟ้าเพิ่มย้อนหลังในกรณีมีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เครื่องวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าเสียหายหรือแสดงค่าคลาดเคลื่อนลดน้อยลงจากความเป็นจริง ต่อมาโจทก์ตรวจพบว่าเครื่องวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่อนุญาตให้จำเลยใช้ไฟฟ้าดังกล่าวถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยเปลี่ยนเฟืองจักรของชุดเลขอ่านปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากอัตราเดิม 14ต่อ 70 เป็น 12 ต่อ 120 ทำให้เครื่องวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าคลาดเคลื่อนอ่านปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่จำเลยใช้ไฟลดน้อยกว่าความเป็นจริง

โจทก์นำเครื่องวัดมาตราฐานขนาดเดียวกับที่จำเลยรับอนุญาตจากโจทก์ตั้งเปรียบเทียบ และจากสถิติการใช้ปริมาณไฟฟ้าของจำเลยพบว่าจำนวนหน่วยปริมาณไฟฟ้าระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม 2523 ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2531 ที่จำเลยใช้ต้องมี 102,210 หน่วย คิดเป็นเงินค่าไฟฟ้า 93,066.68 บาทที่จำเลยชำระแก่โจทก์ในแต่ละเดือน จำเลยจึงค้างชำระค่าไฟฟ้าซึ่งจะต้องชำระแก่โจทก์อีก 114,520.22 บาท และเงินค่าปรับที่แก้ไขเครื่องวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าอีก 2,000 บาทรวมเป็นเงิน 116,520.22 บาท ขอบังคับให้จำเลยชำระเงิน153,660.96 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยของต้นเงิน 116,520.22 บาทจำเลยให้การว่า ในมูลคดีเดียวกัน พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาลักทรัพย์ได้แก่กระแสไฟฟ้าต่อศาลอาญาและพนักงานอัยการเรียกให้จำเลยใช้ราคาเป็นเงิน 114,520.22 บาทศาลอาญาพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้ว

โจทก์มาฟ้องคดีนี้ซึ่งเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาดังกล่าวจึงเป็นฟ้องซ้ำ ทั้งโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเฟืองจักรเครื่องวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าเลขที่ ต/130-16315 เป็นการกระทำของจำเลยทำให้จำเลยไม่เข้าใจว่ามีหลักฐานใดที่จำเลยต้องรับผิดไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม ทั้งจำเลยไม่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเฟืองจักรสำหรับอ่านเลขในเครื่องวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าตามที่โจทก์ฟ้อง และจำเลยไม่ได้กระทำผิดสัญญาเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีไม่มีประเด็นยุ่งยาก และไม่จำต้องสอบถามคู่ความงดชี้สองสถาน ในวันนัดสืบพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน ให้งดสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 116,520.22 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามฎีกาของจำเลยมีปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำให้การของจำเลยว่า ในมูลแห่งคดีเดียวกันพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์กระแสไฟฟ้าคิดเป็นเงินจำนวน 114,520.22 บาท และขอให้จำเลยชำระเงินคืนแก่โจทก์สำหรับเงินจำนวนดังกล่าว

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มาฟ้องคดีนี้เห็นว่า ในคดีอาญาดังกล่าวพนักงานอัยการเป็นโจทก์ แต่โจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา แม้ไม่ได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการก็ตามก็ถือว่าพนักงานอัยการฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนส่วนแพ่งแทนโจทก์แต่สภาพแห่งความรับผิดมีมูลจากการกระทำความผิดอันเป็นละเมิดโดยคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องวัดการใช้กระแสไฟฟ้าเลขที่ ต/130-16315 ซึ่งเป็นเครื่องวัดเฉพาะและมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเฟืองจักรทำให้อัตราส่วนเปลี่ยนแปลงจากเดิม14 ต่อ 70 เป็น 12 ต่อ 120 นับระยะเวลาตั้งแต่แก้ไขเปลี่ยนแปลงถึงวันพบเห็น โจทก์เรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าส่วนที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบสถิติการใช้กระแสไฟฟ้าก่อนการแก้ไขกับการกระแสไฟฟ้าหลังการแก้ไขคำนวณเป็นเงินจำนวน 114,520.22 บาท

แม้ในคดีอาญาก่อนจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้แก้ไขหรือมีส่วนร่วม เป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องก็ตามแต่ผู้รับประโยชน์ก็คือจำเลย และจำเลยตกลงว่าจำเลยจะชำระค่ากระแสไฟฟ้าหรือค่าเสียหายเพิ่มย้อนหลังในกรณีที่มีการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เครื่องวัดปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าคลาดเคลื่อนน้อยลง ความรับผิดชำระค่าเสียหายเพิ่มย้อนหลังอยู่ที่การแก้ไขเครื่องวัดปริมาณการใช้ซึ่งเป็นความรับผิดตามลักษณะของสัญญาซึ่งโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาเป็นคดีหลังนี้ซึ่งเป็นคนละเหตุกับที่พนักงานอัยการขอให้ใช้ราคาซึ่งไม่ใช่เหตุเดียวกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 วรรคหนึ่ง ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3137/2525 ที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกามีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้

จำเลยไม่ปฏิเสธว่าไม่มีการแก้ไข ระยะเวลาการใช้หลังการแก้ไขไม่ถูกต้องและผลต่างจากการเปรียบเทียบไม่ถูกต้องจำเลยจึงต้องรับผิดตามที่โจทก์ได้เปรียบเทียบและฟ้องเรียกเงินค่าใช้กระแสไฟฟ้ามาในคดีนี้ แต่สำหรับค่าปรับการแก้ไขเครื่องวัดการใช้กระแสไฟฟ้าจำนวน 2,000 บาท นั้นเห็นว่า เมื่อยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยแก้ไขเครื่องวัดกระแสไฟฟ้า จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าปรับตามสัญญา โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยชดใช้ค่าปรับได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าปรับด้วยจึงไม่ชอบ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาข้อนี้แต่ก็เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(5) ประกอบ มาตรา 246 และมาตรา 247 ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 114,520.22 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2534 จนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
พิธี อุปปาติก · ไพศาล รางชางกูร · สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 9174/2558

คดีแพ่งทั้งสองคดีในคดีก่อน จำเลยที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 กับโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ให้ร่วมกันโอนที่ดินรวม 8 แปลง แก่จำเลยที่ 1 โดยโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่…

Supreme Court Judgment No. 13888/2558

คดีก่อนและคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันคือเรื่องที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานหลังจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบกำหนดแล้ว โดยอ้างว่าโจทก์มีความประพฤติ ความรู้และความสามารถไม…

Supreme Court Judgment No. 8440/2558

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทในคดีนี้กับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ จ. กับพวกตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นเป็นทรัพย์รายเดียวกัน โดยคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องให้ จ.…

Supreme Court Judgment No. 7631/2552

สามีจำเลยกู้เงินโจทก์ จำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ ถือว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันในการทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว หนี้กู้ยืมเงินจึงเป็นหนี้ร่วมของสามีจำเลยและจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 (4) โจทก์ในฐาน…

Supreme Court Judgment No. 9710/2544

ระหว่างพิจารณาคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 ป. เป็นจำเลยที่ 2 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 904/2537 ของศาลชั้นต้น ต่อมาคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาฎีกาที่ 401/2540 ซึ่งคดีที่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up