Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1410/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โรงเรือนพิพาทของโจทก์เป็นตึกแถว 2 คูหา 4 ชั้น โจทก์นำตึกแถวชั้นที่ 1 ให้ผู้อื่นเช่าทำการค้า ส่วนชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 โจทก์ให้ ว. กรรมการผู้จัดการโจทก์พักอาศัย ส่วนชั้นที่ 4 ปิดไม่ได้ทำประโยชน์ ค่ารายปีที่จะนำมาคำนวณเป็นภาษีโรงเรือนจึงสามารถคำนวณได้จากพื้นที่ของแต่ละส่วนที่โจทก์ใช้ประโยชน์ได้ และส่วนใดจะได้รับยกเว้นการเสียภาษีโรงเรือนตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 นั้น จะต้องพิจารณาเป็นส่วน ๆ ไป การที่ ว. ซึ่งเป็นผู้แทนโจทก์อยู่ในอาคารนี้จึงเป็นการพักอาศัยมิใช่เป็นการอยู่โดยโจทก์ให้อยู่เฝ้ารักษา เพราะการอยู่เฝ้ารักษาตามความหมายแห่งมาตรา 10 ใน พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 จะต้องเป็นการอยู่เฝ้าจริง ๆ ไม่ใช่เป็นการพักอาศัยอยู่กับครอบครัว เมื่อการอยู่ของ ว. ไม่ใช่การอยู่เฝ้ารักษา โจทก์จึงไม่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 Section 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือน ตามใบแจ้งรายการประเมินลงวันที่ 13 มีนาคม 2544 และเพิกถอนใบแจ้งคำชี้ขาดลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2544 ของจำเลยเฉพาะในส่วนที่โจทก์ใช้เป็นที่พักอาศัย และให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์จำนวน 11,345 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 มีนาคม 2544 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ชำระเงินค่าภาษีเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โรงเรือนพิพาทของโจทก์ในส่วนที่โจทก์มิได้นำไปใช้ประโยชน์ โจทก์ต้องเสียภาษีโรงเรือนในส่วนดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า โรงเรือนพิพาทของโจทก์เป็นตึกแถว 2 คูหา 4 ชั้น โจทก์นำตึกแถวชั้นที่ 1 ให้ผู้อื่นเช่าทำการค้า ส่วนชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 โจทก์ให้นางวิภาดากรรมการผู้จัดการโจทก์พักอาศัย ส่วนชั้นที่ 4 ปิดไม่ได้ทำประโยชน์ อาคารดังกล่าวจึงสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ ได้ชัดเจน ดังนั้น ค่ารายปีที่จะนำมาคำนวณเป็นค่าภาษีโรงเรือนจึงสามารถคำนวณได้จากพื้นที่ของแต่ละส่วนที่โจทก์ใช้ประโยชน์ได้ และส่วนใดจะได้รับการยกเว้นการเสียภาษีโรงเรือนตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ.2475 นั้น จะต้องพิจารณาเป็นส่วน ๆ ไป ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า หากนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปหาประโยชน์แล้ว เจ้าของอาคารจะต้องเสียภาษีทั้งหมดไม่ว่าเจ้าของจะใช้เองหรือให้ผู้แทนเฝ้ารักษาก็ไม่ได้รับยกเว้นการเสียภาษีตามมาตรา 10 แห่งบทบัญญัติดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า สำหรับอาคารชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ที่โจทก์ให้นางวิภาดาเข้าพักอาศัยอยู่กับครอบครัวนั้นได้รับการยกเว้นการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 10 หรือไม่ เห็นว่า ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น โรงเรือนในส่วนที่จะได้รับการยกเว้นจะต้องเป็นโรงเรือนในส่วนที่เจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา และมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบกิจการอุตสาหกรรม

เนื่องจากคดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง การวินิจฉัยข้อกฎหมายจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยมา แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าโรงเรือนในส่วนนี้โจทก์อยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษาหรือได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบกิจการอุตสาหกรรมหรือไม่ ศาลภาษีอากรกลางยังไม่ได้วินิจฉัยมา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรจึงเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงส่วนนี้ไปเสียเลยทีเดียว คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้โดยไม่มีคู่ความโต้เถียงว่า ในอาคารชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 โจทก์ให้นางวิภาดากรรมการผู้จัดการของโจทก์พักอาศัยอยู่ ไม่มีการเก็บสินค้าหรือประกอบกิจการอุตสาหกรรมในชั้นเหล่านี้ เห็นว่า โจทก์ในคดีนี้เป็นนิติบุคคล โจทก์จึงเป็นเจ้าของอาคาร การอยู่อาศัยของนางวิภาดาจึงไม่ใช่เป็นการที่เจ้าของอยู่เอง นางวิภาดาเป็นกรรมการผู้จัดการโจทก์ซึ่งเป็นผู้แทนของโจทก์ ข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้จากอุทธรณ์ของโจทก์เองว่า นางวิภาดาเข้าพักอาศัยในอาคารนี้พร้อมกับครอบครัว ดังนั้น การที่นางวิภาดาซึ่งเป็นผู้แทนโจทก์อยู่ในอาคารนี้จึงเป็นการพักอาศัยมิใช่เป็นการอยู่โดยโจทก์ให้อยู่เฝ้ารักษา

เพราะการอยู่เฝ้ารักษาตามความหมายแห่งมาตรา 10 ในพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 จะต้องเป็นการอยู่เฝ้ารักษาจริง ๆ ไม่ใช่เป็นการพักอาศัยอยู่กับครอบครัวเช่นนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ไม่ได้อยู่เอง และการอยู่ของนางวิภาดาไม่ใช่การอยู่เฝ้ารักษาเช่นนี้ โจทก์จึงไม่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 โจทก์จึงต้องเสียภาษีโรงเรือนในส่วนนี้ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นด้วยในผล

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
องอาจ โรจนสุพจน์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ชาลี ทัพภวิมล
Lower court
ศาลภาษีอากรกลาง - นายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8483/2557

ท่อส่งน้ำทั้งสองสายของโจทก์เป็นท่อขนาดใหญ่ ยาวต่อเนื่อง และเป็นท่อเหล็กหุ้มด้วยฉนวนป้องกันมิให้เกิดสนิม ฝังอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 2 เมตร ในเขตทางหลวงขนานไปกับถนนและอยู่ห่างจากขอบทางหลวงประมาณ 6 เมตร โดยบ…

Supreme Court Judgment No. 10305/2550

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างคือตึกแถวสองชั้น 1 หลัง ใช้อยู่เองและประกอบการค้า และตึกแถวหนึ่งชั้นเป็นโกดังเก็บสินค้าอีก 1 หลัง อยู่ติดกัน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 1553/2549

โจทก์และ ป. ร่วมกันซื้อห้องชุดพิพาทและใช้เป็นที่พักระหว่างที่เดินทางมากรุงเทพมหานคร แม้ว่าจะมิได้ใช้เป็นที่พักประจำเพียงแต่ใช้เป็นครั้งคราว ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีเจ้าของอยู่เอง อันได้รับการยกเว้นตาม พ.ร.…

Supreme Court Judgment No. 4069/2545

นิติบุคคลโจทก์เป็นเจ้าของอาคาร 4 ชั้น ชั้นล่างบางส่วนเป็นสำนักงานของโจทก์และแบ่งให้เช่า ส่วนชั้น 2 และชั้น 3 โจทก์ให้ ว. กรรมการโจทก์อยู่อาศัยโดยมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม การที่…

Supreme Court Judgment No. 7583/2538

โจทก์และครอบครัวมีภูมิลำเนาอยู่อาศัยอยู่ห่างห้องพิพาทไปประมาณ 200 เมตร การที่โจทก์ยอมให้ ม.บุตรสาวโจทก์พร้อมทั้งสามีและบุตรของม.ซึ่งไม่มีที่อยู่ที่อื่นเข้าไปอยู่ในห้องพิพาทและแจ้งชื่อทั้งหมดเข้าอยู่ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up