Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1423/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา เมื่อศาลฎีกายกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 และฟังว่า การกระทำของจำเลยที่ 3 ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แม้จำเลยที่ 3 มิได้ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 3 ได้ เพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213,225

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันลักด้ายหลอด 18 กระสอบจำนวน 288 ลูก ราคา 28,800 บาท ของผู้เสียหายไปโดยทุจริตในการลักทรัพย์ดังกล่าว จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้รถยนต์บรรทุกเป็นยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดและการพาทรัพย์นั้นไปขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 336 ทวิ, 83จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7)(11) วรรคสามประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุกคนละ 6 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4และที่ 5โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ

จำคุก 4 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุครั้งนี้น่าเชื่อว่าเกิดเพราะความเร่งรีบ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงทำงานผิดพลาด ไม่น่าจะมีเจตนาลักทรัพย์ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังมีข้อที่น่าสงสัยตามสมควรว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องจริงหรือไม่จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขนกระสอบด้ายของกลางจำนวน 18 กระสอบ ขึ้นบรรทุกบนรถยนต์บรรทุกที่จำเลยที่ 3ขับนั้น ไม่มีเจตนาที่จะลักทรัพย์ การที่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเพียงผู้มีหน้าที่ขับรถได้ขับรถยนต์บรรทุกนั้นออกไปจอดรออยู่หน้าสำนักงานของผู้เสียหาย โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า

จำเลยที่ 3ได้ทราบว่ามีกระสอบด้ายของกลางส่วนที่เกินบรรทุกมาด้วย การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง และเป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 3 มิได้ฎีกามา ศาลฎีกาก็พิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 3 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213,225 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดและลงโทษมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1และที่ 2 ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ธวัชชัย พิทักษ์พล · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3985/2530

จำเลยที่ 2 ขับรถสามล้อเครื่องพาจำเลยที่ 1 มายังที่เกิดเหตุขณะที่จำเลยที่ 1 กำลังลักทรัพย์ในร้านผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 จอดรถอยู่บริเวณหน้าร้านผู้เสียหายห่างประมาณ 6-7 เมตรและนั่งอยู่เฉย ๆ ข้างรถสามล้อเค…

Supreme Court Judgment No. 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

Supreme Court Judgment No. 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 8495/2561

ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายแสดงเจตนาสละสิทธิเรียกร้องในหนี้บางส่วนที่มีต่อจำเลยทั้งสอง โดยยังติดใจในหนี้อีกเพียง 500,000 บาท เมื่อจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้เสียหายแล้ว จำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up