Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1424/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่วินิจฉัยในประเด็นว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ เพียงแต่สรุปเป็นข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เพราะโจทก์ได้เปอร์เซ็นต์จากค่าขายโฆษณาและมีนามบัตรที่จำเลยให้โจทก์กับคณะไปแสดงต่อ บุคคลภายนอกในการติดต่อหาโฆษณาว่าโจทก์และคณะอยู่ที่สำนักงานของจำเลย ไม่ได้วินิจฉัยหรือแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยให้ชัดแจ้งว่าที่รับฟังเช่นนั้นโจทก์มีพยานหลักฐานใดมาแสดง หรือศาลมีเหตุผลในการรับฟังอย่างไร จึงมีผลเท่ากับศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาท เป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 51ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยไมได้อุทธรณ์แต่เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(1) ซึ่งนำมาใช้บังคับในศาลแรงงานกลางตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาทให้ถูกต้องแล้วพิพากษาใหม่

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 51

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย โจทก์ลาออกจากงานแล้ว แต่จำเลยค้างค่านายหน้าโจทก์ ทวงถามแล้วก็ไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าไม่เคยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างโจทก์เป็นเพียงนายหน้าหาโฆษณามาให้จำเลย จำเลยไม่เคยค้างค่านายหน้าโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่านายหน้าแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยเพราะโจทก์เพียงเป็นผู้หาโฆษณาให้แก่จำเลยโดยได้รับค่านายหน้าเป็นค่าตอบแทน โจทก์จึงมีฐานะเป็นนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่ากรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างหรือค่านายหน้าจากจำเลยโดยกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่จำเลยให้การปฏิเสธว่าโจทก์มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยเพราะโจทก์เป็นเพียงนายหน้าหาโฆษณาให้แก่จำเลยโดยได้รับค่านายหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์จากเงินค่าโฆษณาที่หามาได้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางนั้น ประเด็นข้อพิพาท ซึ่งศาลแรงงานกลางจะต้องวินิจฉัยจึงมีว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ ถ้าข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยแล้วโจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางและโดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 51บัญญัติเรื่องการทำคำพิพากษาหรือคำสั่งไว้ว่า"คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานให้ทำเป็นหนังสือและต้องกล่าวหรือแสดงข้อเท็จจริงที่ฟังได้โดยสรุป และคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีพร้อมด้วยเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยนั้น"

ฉะนั้นในการวินิจฉัยหรือรับฟังข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่นั้น ศาลแรงงานกลางต้องแสดงเหตุผลแห่งการวินิจฉัยหรือการรับฟังให้ชัดแจ้ง คดีนี้ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางรับฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยโดยสรุปเป็นข้อเท็จจริงซึ่งฟังได้ในเบื้องต้นเพียงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างเพราะเป็นลูกจ้างประเภทได้เปอร์เซ็นต์จากค่าขายโฆษณา และมีนามบัตรที่จำเลยให้โจทก์กับคณะไปแสดงต่อบุคคลภายนอกในการติดต่อหาโฆษณาว่าโจทก์และคณะอยู่ที่สำนักงานของจำเลย ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยหรือแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวงให้ชัดแจ้งว่าที่รับฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยนั้น โจทก์มีพยานหลักฐานใดมาแสดงต่อศาลหรือศาลมีเหตุผลในการรับฟังอย่างไรบ้าง

การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีโดยวิธีสรุปเป็นข้อเท็จจริงซึ่งรับฟังได้ในเบื้องต้น ย่อมมีผลเท่ากับศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาทตามที่คู่ความโต้เถียงกัน คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวปัญหาข้อนี้ แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ แต่เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(1) ซึ่งนำมาใช้บังคับในศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และเห็นสมควรย้อนสำนวนไปยังศาลแรงงานกลางเพื่อให้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาทให้ถูกต้องและพิพากษาใหม่ ในชั้นนี้จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดีดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ต่อไป

Matter details

Panel of judges
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1587/2546

ศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีโดยมิได้รับฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานตามที่คู่ความนำสืบ และยังมิได้วินิจฉัยว่าโจทก์ได้ยื่นใบลาออกจากงานจริงหรือไม่ทั้งการที่โจทก์ออกจากงานเป็นผลเนื่องจากโจทก์ยื่นใบลาออกหรือจำ…

Supreme Court Judgment No. 15620/2558

การที่โจทก์ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป มีหน้าที่จัดทำคำสั่งลงโทษทางวินัยบุคคลเสนอต่ออธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้จัดทำคำสั่งสำนักงานธนานุเคราะห์ ที่ 68/2550 เรื่อง ลงโทษตัดเงินเดือน สั่ง ณ วัน…

Supreme Court Judgment No. 7366/2558

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ลักษณะ 2 หมวด 1 บัญญัติให้เรื่องการเป็นผู้ประกันตนที่เป็นปัญหาพิพาทในคดีนี้อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่และการควบคุมของสำนักงานประกันสังคมจำเลย และยังให้สิทธิโจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นผู…

Supreme Court Judgment No. 18948/2555

จำเลยแถลงต่อศาลแรงงานภาค 9 ว่าติดใจเพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์ทุจริตและกระทำความผิดอาญายักยอกทรัพย์ของจำเลยเท่านั้น และจำเลยสละประเด็นอื่น แล้วโจทก์จำเลยตกลงท้ากันโดยถือเอาข้อแพ้ชนะในคดีอาญาที่โจทก์ถูกฟ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2555 (ref. 554427)

คำฟ้องของโจทก์ทั้งหมดบรรยายว่า โจทก์ทั้งหมดมีสิทธิได้รับการปรับอัตราค่าจ้างและได้รับบำเหน็จในส่วนที่ขาดตามมติคณะรัฐมนตรีและบันทึกข้อตกลงซึ่งเป็นสภาพแห่งข้อหา โดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up