เนื้อความคำพิพากษา
ได้ความว่า เดิมโจทก์กับสามีมีเรือนอยู่หลังหนึ่ง ต่อมาสามีโจทก์ได้ขายเรือนหลังนี้ให้แก่จำเลยตกลงราคากันแล้วไปทำสัญญาซื้อขายกันที่หอทะเบียน แต่จำเลยยังหาได้รื้อเรือนไปไม่ โจทก์กับสามียังคงอยู่บนเรือนนี้ตลอดมา ต่อมาจำเลยได้ไปบอกว่าจะรื้อเรือนไป สามีโจทก์ไปแล้ว โจทก์หาได้ไปไม่ จำเลยพูดกับโจทก์โดยดีก็ไม่สำเร็จจำเลยกับพวกจึงได้มาทำการรื้อเรือนหลังนี้ในการรื้อเรือนนี้ จำเลยได้ขอให้ตำรวจมาช่วยระงับเหตุซึ่งเกรมว่าอาจจะมีขึ้น โจทก์อยู่บนเรือนไม่ได้ จึงลงเรือนไปแต่ตัว ส่วนสิ่งของหาขนไปไม่ จำเลยจึงขนไปรักษาไว้ให้ มิได้มีการเสียหายอย่างไร เหตุนี้โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตาม ม.๓๒๔-๓๒๗-๒๘๘-๒๙๓-๒๙๔-๒๖๘ ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างให้ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าจำเลยหามีผิดตามบทมาตราที่โจทก์อ้างมาไม่ เพราะจำเลยมีเหตุผลเพียงพอจะถือว่าเป็นเรือนของจำเลย การที่เจ้าของทรัพย์ใช้สิทธิเอาทรัพย์ของตนคืนมาไม่เห็นว่าจะมีผิดอย่างไรในเมื่อเป็นการไม่เกินกว่าเหตุดังกล่าวมาข้างต้น