Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1436/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ช. เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลย จำนวนร้อยละ 43.46 จึงมีอำนาจเรียกประชุมวิสามัญได้ เมื่อ ช. เรียกประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมดและมีการประชุมตามกำหนดจึงเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่มีอำนาจลงมติแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการบริษัทจำเลยได้ ตามป.พ.พ. 1173,1174,1151 และเมื่อการประชุมใหญ่วิสามัญดังกล่าวที่ประชุมได้มีมติเอกฉันท์ให้ถอดถอนกรรมการชุดเดิมทั้งหมดและแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ 5 คน โดย ช.และว. เป็นกรรมการชุดใหม่มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันกระทำการแทนจำเลยได้ตามมติของที่ประชุมใหญ่วิสามัญได้ให้อำนาจไว้ ดังนี้ ช.กับว.จึงมีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันแต่งตั้งทนายความแทนบริษัทจำเลยได้ และทนายความดังกล่าวย่อมมีอำนาจอุทธรณ์แทนบริษัทจำเลย ศ. กรรมการของบริษัทจำเลยเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยกระทำการผูกพันจำเลยได้ การที่ ศ.เป็นโจทก์ร่วมกับลูกจ้างคนอื่นของจำเลยรวม 366 คน ฟ้องบริษัทจำเลยให้จ่ายค่าจ้างค้างชำระและดอกเบี้ยแก่ตนเอง โดยในระหว่างดำเนินคดี ศ. ได้กระทำการในฐานะผู้จัดการบริษัทจำเลยด้วยการแต่งตั้งทนายความเข้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ชำระเงินตามฟ้องให้แก่ ศ. และโจทก์อื่นทุกคน และศาลแรงงานกลางได้พิพากษาคดีตามยอม ดังนี้ ประโยชน์ทางได้ทางเสียระหว่างจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลกับ ศ. โจทก์ที่ 364 ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยเป็นปฏิปักษ์แก่กัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 80 ดังนั้นทนายความซึ่งแต่งตั้งโดย ศ. จึงไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระเงินให้แก่ ศ. โจทก์ที่ 364 ได้ และ ป.พ.พ. มาตรา 80 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน คำพิพากษาตามยอมของศาลแรงงานกลางระหว่าง ศ. กับจำเลยจึงขัดต่อ ป.วิ.พ.มาตรา 138(2) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ส่วนสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมของศาลแรงงานกลางระหว่างโจทก์อื่นกับบริษัทจำเลยไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 80จึงมีผลผูกพันจำเลย.

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 80 ป.พ.พ. Section 1173 ป.พ.พ. Section 1174 ป.พ.พ. Section 1151 ป.วิ.พ. Section 138 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้ง 366 สำนวนฟ้องเป็นใจความอย่างเดียวกันว่าจำเลยจ้างโจทก์ทั้ง 366 คน เข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยมิได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทั้ง 366 คน ตั้งแต่งวดประจำวันที่ 15 มีนาคม 2531ถึงงวดประจำวันที่ 15 มกราคม 2532 จึงขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างโจทก์แต่ละคนตามที่ปรากฏในคำฟ้องแต่ละสำนวนพร้อมดอกเบี้ย ก่อนถึงวันนัดพิจารณา จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ทั้ง366 คน โดยจำเลยยอมชำระเงินตามฟ้องในแต่ละสำนวนให้โจทก์ทั้ง366 คน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางได้พิพากษาให้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยทั้ง 366 สำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานเห็นว่า พฤติการณ์ต่าง ๆ ตามที่จำเลยยกขึ้นกล่าวอ้างในอุทธรณ์จะเป็นความจริงหรือไม่ยังไม่ได้ความยุติ จึงมีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางไต่สวนให้ได้ความจริงว่า ข้อเท็จจริงเป็นดังที่จำเลยอุทธรณ์มาหรือไม่ศาลแรงงานกลางได้ทำการไต่สวนและฟังข้อเท็จจริงส่งมาให้ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยประเด็นเกี่ยวกับอำนาจอุทธรณ์ของจำเลยตามคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์ทั้ง 366สำนวนก่อนว่า นางชนัตถ์ ปิยะอุย กับนายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพมีอำนาจกระทำแทนจำเลยในการอุทธรณืคดีนี้หรือไม่ ได้ความตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่า จำเลยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2517 มีกรรมการ 14 คนมีนายศุภชัย บูลกุล โจทก์ที่ 362 นายคาร์ล หลุยส์ โคลเลอร์ โจทก์ที่ 363 และนายศิริชัย บูลกุล โจทก์ที่ 364 รวมอยู่ด้วย นายศิริชัยบูลกุล ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลย หรือกรรมการอื่น3 คน ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของจำเลยทำการผูกพันจำเลยได้ ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย

ล.1 เมื่อวันที่ 10 มกราคม2532 นางชนัตถ์ ปิยะอุย ซึ่งเป้นผู้ถือหุ้นร้อยละ 43.46 ของจำเลยได้มีหนังสือเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 มกราคม 2532เวลา 10 นาฬิกา ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2532 โจทก์ทั้ง 366 คนได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลาง ขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยแล้วในวันที่ 18 มกราคม 2532 ทนายจำเลยซึ่งแต่งตั้งโดยนายศิริชัย บูลกุลได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้แทนโจทก์ยินยอมชดใช้ค่าจ้างและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้ง 366 คน เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2532 ได้มีการประชุมผู้ถือหุ้นของจำเลยและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถอดถอนกรรมการชุดเดิมของจำเลยทั้งหมด และแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ 5 คน ประกอบด้วยนางชนัตถ์

ปิยะอุย หม่อมราชวงศ์ชีโวสวิชากร วรวรรณ นายสมพจน์ ปิยะอุย นางผาณิต พูนศิริวงศ์และนายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพให้อำนาจกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันทำการผูกพันจำเลยได้ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2532นางชนัตถ์ ปิยะอุย กับนายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ กรรมการจำเลยได้ร่วมกันลงลายมือชื่อแต่งตั้งทนายความยื่นอุทธรณ์คดีนี้

พิเคราะห์แล้วเห็นว่านางชนัตถ์ ปิยะอุย เป็นผู้ถือหุ้นจำนวนร้อยละ 43.46 ของจำเลย จึงมีอำนาจเรียกประชุมวิสามัญได้ การเรียกประชุมตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้น ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.2ว่า เป็นการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมด เมื่อมีการประชุมตามกำหนดจึงเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่มีอำนาจลงมติแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการบริษัทได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1173, 1174,1151 ในการประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2532ที่ประชุมใหญ่ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ถอดถอนกรรมการชุดเดิมทั้งหมดและแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ 5 คนนางชนัตถ์ ปิยะอุย และนายวีระวงค์จิตต์มิตรภาพ กรรมการใหม่ จึงมีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันกระทำการแทนจำเลยได้ตามที่มติของที่ประชุมใหญ่วิสามัญได้ให้อำนาจไว้นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมายังได้ความอีกว่าเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2532 กระทรวงพาณิชย์ได้ออกหนังสือรับรองแสดงว่าได้รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการและอำนาจกรรมการของจำเลยใหม่แล้วตามเอกสารหมาย

ล.3 ดังนั้น นางชนัตถ์ ปิยะอุยกับนายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ จึงมีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันแต่งตั้งทนายความแทนจำเลยได้ และทนายความที่ได้แต่งตั้งจากบุคคลทั้งสองย่อมมีอำนาจอุทธรณ์แทนจำเลย...คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าคำพิพากษาตามยอมของศาลแรงงานกลางละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนเพราะขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 80 หรือไม่ ประเด็นนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2532โจทก์ทั้ง 366 คน รวมทั้งนายศิริชัย บูลกุล ด้วย ได้แต่งตั้งให้นายศิระ สู้ทุกทิศเป็นผู้แทนโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางเป็นคดีนี้ ขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้างตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2531ถึงวันที่ 15 มกราคม 2532 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2532 ผู้แทนโจทก์กับทนายจำเลยซึ่งแต่งตั้งโดยนายศิริชัย

บูลกุล ได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ศาลแรงงานกลางได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้แล้วพิพากษาตามยอมในวันเดียวกัน เห็นว่า การที่นายศิริชัย บูลกุล กรรมการของจำเลยมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยกระทำการผูกพันจำเลยได้ นายศิริชัย บูลกุล จึงเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยได้และมีฐานะเป็นผู้จัดการของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคล นายศิริชัยบูลกุลได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยให้จ่ายค่าจ้างค้างชำระและดอกเบี้ยแก่ตนเอง ในระหว่างดำเนินคดีนายศิริชัย บูลกุล ยังได้กระทำการในฐานะผู้จัดการของจำเลยด้วยการแต่งตั้งนายชัยวัฒน์ หัตถวิจิตร เป็นทนายจำเลยเข้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความยินยอมชำระเงินตามฟ้องให้แก่นายศิริชัย

บูลกุล และโจทก์อื่นทุกคน เห็นได้ว่าประโยชน์ทางได้ทางเสียระหว่างจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลกับนายศิริชัย บูลกุลโจทก์ที่ 364 ผู้จัดการของจำเลยเป็นปฏิปักษ์แก่กัน ต้องตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 80 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า"ในการอันใดถ้าประโยชน์ทางได้ทางเสียของนิติบุคคลฝ่ายหนึ่งกับของตัวผู้จัดการอีกฝ่ายหนึ่งเป็นปฏิปักษ์แก่กัน ท่ายว่าในการอันนั้นผู้จัดการเป็นอันไม่มีอำนาจเป็นผู้แทนได้ ในกรณีเช่นนี้ต้องแต่งตั้งผู้แทนขึ้นเฉพาะการนั้นตามบทบัญญัติมาตราก่อนนี้"ดังนั้น นายชัยวัฒน์ หัตถวิจิตร ทนายจำเลยซึ่งแต่งตั้งโดยนายศิริชัย บูลกุล โจทก์ที่ 364 จึงไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระเงินให้แก่นายศิริชัย

บูลกุล โจทก์ที่364 ได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 80เป็นเรื่องอำนาจกระำทการแทนของผู้จัดการนิติบุคคล เป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน คำพิพากษาตามยอมของศาลแรงงานกลางในคดีหมายเลขดำที่ 658/2532 ระหว่างนายศิริชัยบูลกุล โจทก์ที่ 364 กับจำเลยจึงขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 138(2) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 อุทธรณ์ของจำเลยในสำนวนนี้ฟังขึ้น ส่วนสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมของศาลแรงงานกลางระหว่างโจทก์อื่นกับจำเลยนั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 80 หมายถึงเฉพาะประโยชน์ทางได้ทางเสียระหว่างนิติบุคคลกับผู้จัดการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลเท่านั้น

หาได้หมายถึงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้จัดการ เพราะบุคคลอื่นไม่อาจจะกระทำการแทนแล้วก่อให้ประโยชน์ทางได้ทางเสียเป็นปฏิปักษ์แก่กันได้ นายศิริชัย บูลกุล จึงมีอำนาจเป็นผู้แทนจำเลยเข้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์อื่นได้ ทนายจำเลยที่นายศิริชัย บูลกุลเป็นผู้แต่งตั้งก็มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์อื่นได้เช่นกัน หาเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 80 ไม่คำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์อื่นกับจำเลย จึงไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว และมีผลผูกพันจำเลย...จำเลยอุทธรณ์เป็นประเด็นต่อไปว่า สัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ทั้งหมดกับนายศิริชัย บูลกุล ซึ่งเป็นผู้ดำเนินคดีแทนจำเลยได้ทำขึ้นเป็นการฉ้อฉลจำเลยให้ได้รับความเสียหายโดยนายศิริชัยบูลกุล

แสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กับโจทก์อื่นสัญญาประนีประนอมยอมความจึงตกเป็นโมฆะนั้น เห็นว่า ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้วว่าคำพิพากษาตามยอมของศาลแรงงานกลางในคดีดำที่ 658/2532 ระหว่างนายศิริชัย บูลกุล โจทก์ที่ 364 กับจำเลยขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างนายศิริชัยบูลกุล โจทก์ที่ 364 กับจำเลยเกิดขึ้นเพราะกลฉ้อฉลด้วยการแสดงเจตนาลวงหรือไม่ คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์อื่น (นอกจากนายศิริชัย บูลกุล โจทก์ที่ 364) กับจำเลยได้ทำขึ้นด้วยกลฉ้อฉลโดยการแสดงเจตนาลวงหรือไม่ ประเด็นนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า

ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่10 มกราคม 2532 นางชนัตถ์ ปิยะอุย ในฐานะผู้ถือหุ้นร้อยละ 43.46ของหุ้นทั้งหมดของจำเลยได้มีหนังสือเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของจำเลย โดยกำหนดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 มกราคม 2532เวลา 10 นาฬิกา แต่เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2532 โจทก์ทั้ง 366 คนได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางเป็นคดีนี้ เมื่อวันที่ 18 มกราคม2532 ผู้แทนโจทก์กับทนายจำเลยซึ่งแต่งตั้งโดยนายศิริชัย บูลกุล และประทับตราสำคัญของจำเลยได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลแรงงานกลางได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ แล้วพิพากษาตามยอมในวันเดียวกันวันที่ 19 มกราคม 2532 ได้มีการประชุมผู้ถือหุ้นของจำเลย ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถอดถอนกรรมการชุดเดิมและแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้นไม่ปรากฏว่า โจทก์อื่นได้สมคบกับนายศิริชัยบูลกุล แสดงเจตนาลวงหรือทำกลฉ้อฉลจำเลยแต่อย่างใด พฤติการณ์ที่นายศิริชัย บูลกุล รีบด่วนทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์อื่นนั้น แสดงว่าเป็นการแย่งชิงอำนาจบริหารกันระหว่างนายศิริชัยบูลกุล กรรมการเดิมกับนางชนัตถ์ ปิยะอุย กับพวก และการที่นายศิริชัยบูลกุล ยินยอมทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระเงินค่าจ้างและดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์อื่นทั้งหมดหลังจากมีการฟ้องคดีเพียงสองวันก้เป็นเรื่องปกติธรรมดาของนายจ้างที่จะต้องชำระค่าจ้างค้างแก่ลูกจ้างโดยเร็วเพื่อให้ลูกจ้างมีเงินไปใช้จ่ายในการดำรงชีพได้ไม่ถือว่าเป็นการพิรุธแต่อย่างใดพฤติการณ์เพียงแค่นี้ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการสมคบกันฉ้อฉลด้วการแสดงเจตนาลวงดังที่จำเลยยกเป็นเหตุกล่าวอ้างในอุทธรณ์

ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ว่าจำเลยไม่ได้ค้างชำระค่าจ้างแก่โจทก์นั้น เห็นว่า คณะกรรมการชุดใหม่ของจำเลยได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2532 นับถึงวันไต่สวนพยานจำเลยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2532 เป็นเวลา 4 เดือนเศษ กรรมการชุดใหม่ของจำเลยมีเวลาเพียงพอที่จะหาพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลว่า ได้มีการชำระค่าจ้างแก่โจทก์อื่นโดยไม่ได้ค้างชำระเลย แต่นายวีระวงค์จิตต์มิตรภาพ กรรมการจำเลยมาเบิกความเป็นพยานจำเลยในชั้นไต่สวนคงเบิกความลอย ๆ ว่ามีการชำระค่าจ้างแก่โจทก์ทุกคนแล้วหาได้มีหลักฐานการจ่ายค่าจ้างมาแสดงไม่ตามทางไต่สวนจำเลยจึงไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้ได้ความตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ศาลแรงงานกลางยังรับฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า

เมื่อพ.ศ. 2531 จำเลยถูกบริษัทธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ฟ้องต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่2151/2531 และวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2531 ศาลแพ่งมีคำสั่งห้ามจำเลยกระทำการหลายประการรวมทั้งให้จำเลยนำรายได้ทั้งหมดมาเก็บรักษาไว้ที่ศาลแพ่งทุกเดือนเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2531 ศาลแพ่งอนุญาตให้จำเลยเบิกเงินจำนวน 3,300,000 บาท ไปใช้จ่ายเป็นค่าจ้างแก่พนักงานของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.1 และจำเลยได้นำเงินดังกล่าวจ่ายเป็นค่าจ้างให้พนักงานประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2531 วันที่ 7มิถุนายน 2531 จำเลยยื่นคำแถลงต่อศาลแพ่งในคดีเดิมอีกว่า ได้ติดค้างค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำประปาและค่าจ้างพนักงานจำนวนหนึ่งซึ่งบริษัทธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด

ยินยอมให้จำเลยเบิกจ่ายไปจ่ายได้ ยกเว้นค่าจ้างพนักงานจะต้องขอตรวจสอบรายละเอียด ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.2 ตามเอกสารดังกล่าว เป็นรายงานกระบวนพิจารณาในคดีหมายเลขดำที่ 2151/2531 ของศาลแพ่ง ซึ่งปรากฏว่าศาลแพ่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นจำเลยในคดีนี้เบิกเงินจากบัญชีเงินฝากที่ธนาคารทหารไทย จำกัด สาขามาบุญครองเซ็นเตอร์ ตามที่ศาลมีคำสั่งห้ามไว้นั้นไปจ่ายเป็นค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ส่วนคำสั่งอื่นยังคงให้เป็นไปตามเดิม จึงฟังได้ว่า ศาลแพ่งยังไม่มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเบิกเงินมาจ่ายค่าจ้างแก่พนักงานของจำเลยอีก ลูกจ้างของจำเลยทั้งหมดจึงคงได้รับค่าจ้างครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์2531 เท่านั้น หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่าศาลแพ่งได้อนุญาตให้จำเลยเบิกเงินไปจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างของจำเลยอีกต่อไป

จำเลยจึงได้ค้างชำระค่าจ้างแก่ลูกจ้างของจำเลยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2531 เป็นต้นมาโจทก์อื่นทุกคนฟ้องเรียกค่าจ้างค้างจากจำเลยนับแต่วันที่ 15 มีนาคม2531 จนถึงวันฟ้องงวดประจำวันที่ 15 มกราคม 2532 จึงเป็นการฟ้องเรียกค่าจ้างค้างที่จำเลยได้ค้างชำระแก่โจทก์อื่นทุกคนจริงตามจำนวนที่ถูกต้องสอดคล้องกับพยานหลักฐานตามเอกสารหมาย จ.1, จ.2 การที่นายศิริชัย บูลกุล ในฐานะผู้จัดการของจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยินยอมชำระค่าจ้างค้าชำระและดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์อื่นทุกคน จึงเป็นการถูกต้องและชอบธรรมแล้วไม่ใช่เป็นกลฉ้อฉลด้วยการสมคบกันแสดงเจตนาลวงตามที่จำเลยกล่าวอ้าง..."

Result

พิพากษายกคำพิพากษาตามยอมของศาลแรงงานกลาง เฉพาะคดีหมายเลขดำที่ 658/2532 ระหว่างนายศิริชัย บูลกุล โจทก์ที่ 364 กับจำเลยให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่เกี่ยวกับโจทก์สำนวนอื่นพิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · ปรีชา ธนานันท์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1310/2517

คณะกรรมการของบริษัทมีมติให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2513 เพื่อเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ แต่ ม. กรรมการคนหนึ่งกลับเรียกประชุมใหญ่ในวันที่ 22 เดือนเดียวกัน อ้างว่า ทำตามคำร้องของผ…

Supreme Court Judgment No. 18948/2555

จำเลยแถลงต่อศาลแรงงานภาค 9 ว่าติดใจเพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์ทุจริตและกระทำความผิดอาญายักยอกทรัพย์ของจำเลยเท่านั้น และจำเลยสละประเด็นอื่น แล้วโจทก์จำเลยตกลงท้ากันโดยถือเอาข้อแพ้ชนะในคดีอาญาที่โจทก์ถูกฟ…

Supreme Court Judgment No. 3630/2552

ข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาเป็นข้อตกลงในศาลชั้นบังคับคดีหลังจากที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและได้ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักง…

Supreme Court Judgment No. 5196/2550

คู่ความท้ากันว่า หากโจทก์สามารถใช้เครื่องมือกระบอกตั้งระยะชุดป้อนกระดาษของเครื่องพิมพ์ขนาด 102 เซนติเมตร ในการตั้งระยะเครื่องซีดี 74 ตามใบสั่งซ่อมได้ระยะ 45.5 เซนติเมตร หรือ 455 มิลลิเมตร แล้ว จำเลยทั…

Supreme Court Judgment No. 3531/2549

คู่ความท้ากันให้ศาลแรงงานวินิจฉัยเฉพาะข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3.5 ว่าจำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ตามข้อบังคับดังกล่าวหรือไม่ และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีสิทธิไล่โจทก์ออกจากงานและต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up