คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นางพ่วงได้ยกที่พิพาทร่วมของนางพ่วงให้แก่โจทก์ และให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยตลอดมา จึงขอให้ศาลแสดงว่า ที่พิพาทฉะเพาะส่วนของนางพ่วงเป็นกรรมสิทธิของโจทก์แต่ผู้เดียว จำเลยต่อสู้ว่า นางพ่วงได้ยกที่พิพาทให้แก่จำเลย ๆ ได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลา ๒๐ ปีแล้ว จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทเกินกำหนด ๑ ปีอันเป็นอายุความมฤดก จำเลยจึงได้กรรมสิทธิในที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นฟังว่า นางพ่วงยกที่พิพาทให้แก่โจทก์ จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นางพ่วงมิได้ยกที่พิพาทให้แก่โจทก์หรือจำเลย จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์,จำเลยต่างฝ่ายต่างได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกัน โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินอายุความมฤดก และไม่มีทายาทคนอื่นของนางพ่วงเข้ามาเกี่ยวข้อง ศาลฎีกาจึงเห็นควรพิพากษาแบ่งส่วนรายพิพาทส่วนของนางพ่วงให้เสร็จไปตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๔๒(๒)
Result
พิพากษาแก้ ให้แบ่งส่วนรายพิพาทส่วนของนางพ่วงให้โจทก์จำเลยได้คนละส่วนเท่ากัน.