Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 14466/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หนังสือบอกเลิกจ้าง ไม่ปรากฏว่าโจทก์ระบุข้อเท็จจริงตามที่อ้างในฟ้องว่า ธ. เจตนาจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (2) ไว้ด้วย โจทก์จึงยกเหตุดังกล่าวขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม (ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง) จึงไม่มีประเด็นดังกล่าวให้จำเลยต้องรับวินิจฉัย การที่ศาลแรงงานภาค 1 ไม่วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวตามฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้ว การพิจารณาว่าโจทก์ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง และ ป.พ.พ. มาตรา 583 ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติว่าถ้านายจ้างไม่ได้แจ้งเหตุผลในการเลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้างแล้วนายจ้างจะยกเหตุแห่งการเลิกจ้างขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้ ทั้งไม่มีบทบัญญัติให้นำ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม (ที่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

หนังสือบอกเลิกจ้าง ไม่ปรากฏว่าโจทก์ระบุข้อเท็จจริงตามที่อ้างในฟ้องว่า ธ. เจตนาจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (2) ไว้ด้วย โจทก์จึงยกเหตุดังกล่าวขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม (ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง) จึงไม่มีประเด็นดังกล่าวให้จำเลยต้องรับวินิจฉัย การที่ศาลแรงงานภาค 1 ไม่วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวตามฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้ว การพิจารณาว่าโจทก์ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง และ ป.พ.พ. มาตรา 583 ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติว่าถ้านายจ้างไม่ได้แจ้งเหตุผลในการเลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้างแล้วนายจ้างจะยกเหตุแห่งการเลิกจ้างขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้

ทั้งไม่มีบทบัญญัติให้นำ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม (ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง) มาใช้บังคับแก่กรณีการบอกกล่าวล่วงหน้า ดังนั้นแม้โจทก์ไม่ได้ระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้าง โจทก์ก็ย่อมยกเหตุผลในการเลิกสัญญาจ้างขึ้นอ้างในภายหลังเพื่อเป็นข้อต่อสู้ในส่วนของค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าได้ การที่ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาโดยมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในส่วนค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค 1 ฟังยุติและข้อเท็จจริงในสำนวนที่ไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งได้ความว่า ธ. เล่นเกมคอมพิวเตอร์ในระหว่างทำงาน โดยมีโปรแกรมเกมออนไลน์ Yol Gang อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ

ธ. การกระทำของ ธ. จึงเป็นการเอาเวลาทำงานไปกระทำกิจการอื่น อันเป็นการกระทำที่ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต โจทก์จึงเลิกจ้าง ธ. ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 ประกอบ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคห้า (ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ 5/2550

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า นายธำรงค์เป็นลูกจ้างของโจทก์ เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2545 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นช่างซ่อมบำรุง ได้รับค่าจ้างเดือนละ 16,500 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2549 โจทก์มีหนังสือแจ้งฐานะพนักงานระบุว่านายธำรงค์ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน และให้นายธำรงค์ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น ตามหนังสือแจ้งสถานะพนักงาน ต่อมาวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549 โจทก์มีหนังสือเลิกจ้างนายธำรงค์เนื่องจากนายธำรงค์กระทำความผิดซ้ำคำเตือนตามหนังสือลงวันที่ 22 มิถุนายน 2549 ตามหนังสือเลิกจ้าง นายธำรงค์จึงยื่นคำร้องต่อจำเลยซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน

จำเลยสอบสวนแล้วมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชย 99,000 บาท และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 14,850 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 113,850 บาท แก่นายธำรงค์ตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ววินิจฉัยว่า หนังสือฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2549 ไม่มีข้อความใดที่ตักเตือนมิให้นายธำรงค์นำเวลาการทำงานไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์และมิได้กล่าวถึงเรื่องการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ตามที่โจทก์อ้างในหนังสือเลิกจ้าง แต่อย่างใด หนังสือดังกล่าวเป็นเพียงหนังสือแจ้งการปรับฐานะของลูกจ้าง มิใช่หนังสือเตือนในเรื่องเกี่ยวกับการกระทำฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย

โจทก์จึงนำมากล่าวอ้างในการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ และไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 119 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 การที่โจทก์เลิกจ้างนายธำรงค์โดยไม่มีหนังสือเตือนก่อนจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่ชอบ โจทก์ต้องจ่ายค่าชดเชยให้นายธำรงค์ตามกฎหมาย และโจทก์เลิกจ้างนายธำรงค์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า จึงต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้นายธำรงค์ คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของจำเลย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่ามีเหตุเพิกถอนคำสั่งของจำเลยตามฟ้องหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามคำวินิจฉัยของจำเลยและศาลแรงงานภาค 1 มิได้หยิบยกประเด็นข้อต่อสู้ตามคำให้การของจำเลยและข้อกล่าวอ้างตามฟ้องของโจทก์ที่ว่านายธำรงค์แอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ระหว่างเวลาทำงานเป็นการที่ลูกจ้างเจตนาจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากเป็นผลทำให้ระบบควบคุมและระบบประมวลผลการทำงานโดยรวมของเครื่องคอมพิวเตอร์ในสำนักงานช้าลง และเกิดความเสียหายแก่ระบบการทำงานดังกล่าว อันเป็นข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (2) ที่โจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างขึ้นวินิจฉัย คงหยิบยกเพียงประเด็นที่ว่านายธำรงค์แอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ระหว่างเวลาทำงาน

อันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) ขึ้นวินิจฉัยนั้น เห็นว่า ตามหนังสือบอกเลิกจ้างไม่ปรากฏว่าโจทก์ระบุข้อเท็จจริงตามที่อ้างในฟ้องว่านายธำรงค์เจตนาจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (2) ไว้ด้วยแต่อย่างใด โจทก์จึงยกเหตุดังกล่าวขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง จึงไม่มีประเด็นดังกล่าวให้จำเลยต้องรับวินิจฉัย การที่ศาลแรงงานภาค 1 ไม่วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวตามฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้ว

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานภาค 1 วินิจฉัยว่าโจทก์เลิกจ้างนายธำรงค์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า จึงต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้นายธำรงค์ด้วย โดยศาลแรงงานกลางภาค 1 มิได้แจ้งรายละเอียดเหตุผลประกอบข้อวินิจฉัยดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบ และโจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านั้น เห็นว่า การพิจารณาว่าโจทก์ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติว่าถ้านายจ้างไม่ได้แจ้งเหตุผลในการเลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้างแล้วนายจ้างจะยกเหตุแห่งการเลิกจ้างขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้

ทั้งไม่มีบทบัญญัติให้นำพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม (ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง) มาใช้บังคับแก่กรณีการบอกกล่าวล่วงหน้า ดังนั้นแม้โจทก์ไม่ได้ระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้าง โจทก์ก็ย่อมยกเหตุผลในการเลิกสัญญาจ้างขึ้นอ้างในภายหลังเพื่อเป็นข้อต่อสู้ในส่วนของค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าได้ การที่ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาโดยมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในส่วนค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อพิเคราะห์จากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค 1 ฟังยุติและข้อเท็จจริงในสำนวนที่ไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งแล้วได้ความว่านายธำรงค์เล่นเกมคอมพิวเตอร์ในระหว่างทำงาน โดยมีโปรแกรมเกมออนไลน์

Yol Gang อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของนายธำรงค์ การกระทำของนายธำรงค์จึงเป็นการเอาเวลาทำงานไปกระทำกิจการอื่น อันเป็นการกระทำที่ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต โจทก์จึงเลิกจ้างนายธำรงค์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคห้า (ที่ใช้บังคับในขณะเลิกจ้าง) อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ที่ 5/2550 ในส่วนค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 1

Matter details

Panel of judges
อนันต์ ชุมวิสูตร · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

Supreme Court Judgment No. 6609/2561

การที่โจทก์ให้ ณ. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ท. สาขาหนึ่งพัน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายให้จากนั้นให้ ณ. สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. จำนวน…

Supreme Court Judgment No. 1906/2556

การบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อเลิกสัญญาจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม ที่ใช้ในขณะเกิดเหตุนั้น นายจ้างสามารถที่จะเลิกจ้างลูกจ้างโดยทำเป็นหนังสือหรือบอกเลิกจ้างลูกจ้างด้วยวาจาก็ได้ แต่…

Supreme Court Judgment No. 976/2556

งานเชื่อมโครงหลังคาเหล็กบ้านพักคนงานของจำเลยเป็นหน้าที่ของ ก. ผู้รับเหมาจากจำเลยต้องดำเนินการ โจทก์ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง การที่โจทก์สั่งคนงานของจำเลย 44 คน ไปช่วยผู้รับเหมาทำงานเชื่อมโครงสร้างเหล็กหล…

Supreme Court Judgment No. 3231/2554

ระเบียบโจทก์ว่าด้วยการพัสดุ ข้อ 16 กำหนดว่า "การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจะจ้างในครั้งเดียวกัน เพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด เพื่อให้อำนาจอนุมัติการซื้อการจ้างเปลี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up