คำฟ้องและคำให้การ
ศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่จำเลยแล้วแม้จะให้รอการลงโทษจำคุกไว้ก็ตามจำเลยก็อาจถูกศาลลงโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ได้เมื่อจำเลยกระทำผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติหรือเมื่อไปกระทำความผิดอาญาที่มิได้กระทำโดยประมาทหรือที่มิใช่ความผิดลหุโทษภายในกำหนดเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา57และ58ฉะนั้นการที่ศาลกำหนดโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงโทษไว้จึงถือว่าศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา20แล้ว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 จำคุก 2 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กับให้คุมความประพฤติจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดตลอดเวลาที่ถูกคุมประพฤติโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่โจทก์ฎีกาว่าการที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลยไว้ 1 ปี แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี โดยมิได้ลงโทษปรับจำเลยด้วยเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20เพราะความผิดของจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 67 มีทั้งโทษจำคุกและปรับนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่จำเลยแล้ว แม้ว่าศาลชั้นต้นจะให้รอการลงโทษจำคุกไว้ก็ตาม จำเลยก็อาจถูกศาลลงโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้นั้นได้เมื่อจำเลยกระทำผิดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยหรือเมื่อจำเลยไปกระทำความผิดอาญาที่มิได้กระทำโดยประมาทหรือที่มิใช่ความผิดลหุโทษภายในกำหนดเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 57 และ 58 กรณีที่ศาลกำหนดโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงโทษไว้จึงถือได้ว่าศาลได้ลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20 แล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษายืน