Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1453/2562

พ.ศ. 2562 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง เพราะหลักการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักคำพยานในคดีแพ่งและคดีอาญาไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ในคดีแพ่งศาลจะชั่งน้ำหนักคำพยานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากัน แต่ในคดีอาญาศาลจะต้องใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงจนแน่ใจว่าพยานโจทก์พอรับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 ฉะนั้นคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแพ่ง จึงเป็นเพียงพยานหลักฐานที่ศาลจะนำมาชั่งน้ำหนักประกอบคำพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ในคดีนี้ ว่าข้อเท็จจริงมีน้ำหนักพอรับฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงหรือไม่เท่านั้น ศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่งดังกล่าวเพียงอย่างเดียวมาวินิจฉัยชี้ขาดคดีนี้ว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด และโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย โดยมิได้สืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความเสียก่อน เป็นการไม่ชอบ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 264, 265, 268

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนคดีเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ ให้งดสืบพยานโจทก์กับจำเลย และมีคำสั่งให้นำสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10113/2558 ในคดีหมายเลขดำที่ 282/2548 หมายเลขแดงที่ 4664/2549 ของศาลแพ่งธนบุรี มาเป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาพิพากษาคดีนี้แล้ววินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งดังกล่าวที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยที่ 3 กับพวก ให้รับผิดตามสัญญาจ้างทำของนั้น ศาลฎีกายกข้อเท็จจริงที่บันทึกไว้ในเอกสารหมาย จ.27 และลายมือชื่อของโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ที่ลงไว้ในเอกสารดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยและฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ได้ทำบันทึกตามเอกสารหมาย จ.27 ยินยอมให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหักเงินที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 กับพวก 7,128,638.31 บาท แล้วนำไปจ่ายเป็นค่าทนายความให้แก่ทนายความ เพื่อให้จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ใช้เป็นหลักฐานแสดงต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย และพิพากษาให้โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ชำระค่าจ้างว่าความเป็นเงิน 2,036,246.51 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารหมาย จ.27 ที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเป็นเรื่องเดียวกันกับการกระทำของจำเลยที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายโดยประการน่าจะเกิดแก่โจทก์จากการกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นเงิน 2,036,246.51 บาท ซึ่งเป็นค่าจ้างว่าความที่จำเลยฟ้องโจทก์ให้รับผิดในคดีของศาลแพ่งธนบุรีก็ผูกพันโจทก์โดยคำพิพากษาศาลฎีกาให้มีหน้าที่ต้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าจ้างว่าความแก่จำเลย เป็นเหตุให้โจทก์ไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ประกอบมาตรา 28 (2) จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ พยานจำเลยต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาวินิจฉัยและฟังมาในคดีแพ่ง ที่โจทก์และจำเลยเป็นคู่ความเดียวกัน จะมีผลผูกพันโจทก์และจำเลยในคดีอาญาตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ในคดีแพ่ง จำเลยเป็นโจทก์ ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยที่ 3 กับพวก ให้รับผิดตามสัญญาจ้างทำของ ต่อศาลแพ่งธนบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ 282/2548 หมายเลขแดงที่ 4664/2549 ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10113/2558 โดยยกข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเอกสารหมาย จ.27 และลายมือชื่อของโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ที่ลงไว้ในเอกสารดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย และฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ได้ทำบันทึกเอกสารหมาย

จ.27 ยินยอมให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหักเงินที่จะชำระหนี้แก่โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 กับพวกจำนวน 7,128,638.31 บาท แล้วนำไปจ่ายเป็นค่าทนายความให้แก่ทนายความ เพื่อให้จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีแพ่งเรื่องดังกล่าวใช้เป็นหลักฐานแสดงต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย และพิพากษาให้โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ชำระค่าจ้างว่าความเป็นเงิน 2,036,246.51 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ดังนี้ แม้คำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีของศาลแพ่งธนบุรี หมายเลขดำที่ 282/2548 หมายเลขแดงที่ 4664/2549 จะผูกพันโจทก์จำเลยคดีนี้ ซึ่งเป็นคู่ความเดียวกันกับคดีแพ่งดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 ก็ดี

ก็เป็นการผูกพันเฉพาะในทางแพ่งเท่านั้น แต่คดีนี้เป็นคดีอาญา ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ทั้งนี้ เพราะหลักการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักคำพยานในคดีแพ่งและคดีอาญาไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ในคดีแพ่งศาลจะชั่งน้ำหนักคำพยานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากัน แต่ในคดีอาญาศาลจะต้องใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงจนแน่ใจว่าพยานโจทก์พอรับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 ฉะนั้นคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแพ่งธนบุรี หมายเลขดำที่ 282/2548 หมายเลขดำที่ 4664/2549 จึงเป็นเพียงพยานหลักฐานที่ศาลจะนำมาชั่งน้ำหนักประกอบคำพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ในคดีนี้ ว่าข้อเท็จจริงมีน้ำหนักพอรับฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงหรือไม่เท่านั้น

ศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่งดังกล่าวเพียงอย่างเดียวมาวินิจฉัยชี้ขาดคดีนี้ว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด และโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย โดยมิได้สืบพยานโจทก์จำเลยให้สิ้นกระแสความเสียก่อน เป็นการไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ พยานจำเลยต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สรศักดิ์ จันเกษม · นิพันธ์ ช่วยสกุล · ยงยุทธ แสงรุ่งเรือง
Lower court
ศาลอาญาธนบุรี - นายอนุสรณ์ สมทิพย์
ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน กองแก้ว
Supreme Court black case no.
อ.1564/2561
Trial court black case no.
อ1161/2556
Trial court red case no.
อ247/2557
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

Supreme Court Judgment No. 10492/2558

ในคดีอาญาไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง เพราะในคดีแพ่งศาลจะชั่งน้ำหนักคำพยานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากัน แต่ในคดีอาญาศา…

Supreme Court Judgment No. 7457/2550

คดีก่อนโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกเดิมเป็นคดีอาญาและคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยอื่นละเมิดงานอันมีลิขสิทธิ์โจทก์โดยร่วมกันทำซ้ำดัดแปลงที่รูปภาพหรือตัวงานที่เรียกว่า…

Supreme Court Judgment No. 4984/2568

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นควรยกปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยแก้ฎีกาขึ้นวินิจฉัยเสียก่อนว่า ศาลฎีกาจะรับฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้แตกต่างไปจากคดีก่อนได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีก่อนโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีน…

Supreme Court Judgment No. 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up