Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 146/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในคดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 กับพวก ในข้อหาโกงเจ้าหนี้ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 รู้ว่าโจทก์จะใช้หรือได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ แม้คดีดังกล่าวจำเลยที่ 1 เบิกความและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จว่า จำเลยที่ 1 กับ ม.หย่ากันเมื่อใดก็ตาม ศาลไม่ได้หยิบยกข้อความที่ว่าจำเลยที่ 1 หย่ากันม.ขึ้นวินิจฉัยเป็นข้อแพ้ชนะ อันจะเป็นข้อสำคัญในคดีจำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เบิกความเท็จว่า "จำเลยที่ 1จดทะเบียนหย่ากับนางมณี นาคสวัสดิ์ จำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 750/2532" และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานใบสำคัญการหย่าดังกล่าวอันเป็นเท็จเพื่อแสดงว่าจำเลยที่ 1 หย่าขาดกับนางมณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2528 ความจริงจำเลยที่ 1 จดทะเบียนหย่ากับนางมณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2529 ซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดี และเมื่อวันที่4 สิงหาคม 2528 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2529 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัดเวลากลางวัน จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร อาศัยโอกาสที่มีหน้าที่ดังกล่าวกระทำการปลอมเอกสารโดยกรอกข้อความลงในใบสำคัญการหย่าซึ่งเป็นเอกสารราชการออก

ณ สำนักงานทะเบียนเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนหย่ากับนางมณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2528 เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำไปใช้ยื่นต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในคดีอาญาดังกล่าวขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161, 177, 180, 181,264, 90, 91, 84ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 180, 91 ยกฟ้องข้อหาอื่นและยกฟ้องจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 วรรคสอง, 180 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก2 ปีจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 รับราชการประจำกองบังคับการตำรวจน้ำจังหวัดสมุทรปราการ มีที่ดินและบ้านเลขที่ 295/1 ตำบลสำโรงเหนืออำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จำเลยที่ 1จดทะเบียนสมรสกับนางมณี นาคสวัสดิ์ และพักอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวต่อมาปี พ.ศ. 2526 จำเลยที่ 1 ถูกย้ายไปรับราชการที่อำเภอปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช และจำเลยที่ 1 มีภริยาใหม่ วันที่ 16 ตุลาคม2528 ถึงวันที่ 7 มกราคม 2529 นางมณีกู้ยืมเงินโจทก์เป็นเงินสามแสนบาทเศษ ต่อมาวันที่ 1 สิงหาคม 2529 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนขายบ้านเลขที่ 295/1 พร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 24095 ตำบลสำโรงเหนืออำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ให้แก่นางสอิ้งคงด้วยแก้ว วันที่ 4 สิงหาคม 2529 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนหย่ากับนางมณี

เมื่อนางมณีผิดนัดชำระเงินที่กู้ยืม โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2529 และวันที่ 13 กุมภาพันธ์2530 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางมณีชำระเงินแก่โจทก์เมื่อโจทก์จะบังคับคดีจึงทราบว่าจำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินและบ้านดังกล่าวให้แก่นางสอิ้ง โจทก์จึงได้ฟ้องนางมณี จำเลยที่ 1 และนางสอิ้งตามลำดับ ต่อศาลชั้นต้นข้อหาร่วมกันโกงเจ้าหนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ตามคดีหมายเลขแดงที่ 750/2532 ในคดีดังกล่าวจำเลยที่ 1 เบิกความและนำสืบเอกสารหมาย ป.ล.1 และ ป.ล.3ถึง ป.ล.5 ว่าจำเลยที่ 1 หย่ากับนางมณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม2528 ซึ่งความจริงจำเลยที่ 1 หย่ากับนางมณีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม2529 ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า

จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเบิกความเท็จและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จดังฟ้องหรือไม่ ในคดีหมายเลขแดงที่ 750/2532 ของศาลชั้นต้นที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 กับพวกในข้อหาโกงเจ้าหนี้นั้น ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยวินิจฉัยว่า การที่นางมณีไปทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์จำเลยที่ 1 ไม่ได้ร่วมรู้เห็นด้วย การที่จะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้นั้น ต้องได้ความว่า ผู้กระทำรู้ว่าเจ้าหนี้ได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ แต่โจทก์ฟ้องนางมณีหลังจากที่จำเลยที่ 1 โอนขายบ้านและที่ดินให้แก่นางสอิ้งแล้ว และไม่ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1รู้ว่าโจทก์จะใช้หรือได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้

พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับวินิจฉัยให้ คดีถึงที่สุดตามคดีหมายเลขแดงที่ 548/2534 ของศาลอุทธรณ์ เห็นว่า ศาลชั้นต้นหาได้หยิบยกข้อความที่ว่า จำเลยที่ 1 หย่ากับนางมณีเมื่อใดขึ้นวินิจฉัยไม่ข้อความดังกล่าวจึงมิใช่ข้อแพ้ชนะอันจะเป็นข้อสำคัญในคดี แม้จะฟังว่า จำเลยที่ 1 ทราบว่า ข้อความที่จำเลยที่ 1 เบิกความและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเป็นเท็จก็ตาม ก็ลงโทษจำเลยที่ 1 ทั้งสองข้อหาดังกล่าวไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 21196/2556

คดีก่อนที่จำเลยทั้งสองฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินของเจ้ามรดก มีประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิอยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งสองหรือไม่ การที่โจทก์อยู่ในที่ดินโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะซื้อขายที่ทำไว้กับเจ้ามรดกเป็นการอ…

Supreme Court Judgment No. 18211/2555

ความผิดฐานเบิกความเท็จและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 และมาตรา 180 นั้น มีองค์ประกอบความผิดสำคัญประการหนึ่งว่า คำเบิกความและพยานหลักฐานอันเป็นเท็จจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีที่เบิ…

Supreme Court Judgment No. 9127/2554

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จและแสดงพยานหลักฐานเท็จในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยกับพวก เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อนโดยโจทก์ฟ้องจำเลยกับพวกในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก ช. ให้ดำ…

Supreme Court Judgment No. 7250/2554

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 เบิกความว่าอย่างไรและความจริงเป็นอย่างไร แล้วบรรยายฟ้องต่อไปถึงการกระทำต่างๆ ของจำเลยแล้วสรุปว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการเบิกความโดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จและเป็นข้…

Supreme Court Judgment No. 8902/2552

เมื่อโจทก์ร่วมมิได้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินกับ บ. แต่จำเลยจัดให้ บ. และ ฝ. ลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงินโดยปลอมลายมือชื่อโจทก์ร่วม จึงเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมสัญญากู้ยืมเงิน การที่จำเลยยื่นฟ้องโจทก์ร่วมโดยร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up