Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 146/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องให้จำเลยใช้เงิน 150,194 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงิน 139,716 บาท นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ 112,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไป โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยชำระหนี้เต็มตามฟ้อง ดังนี้ คดีจึงมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เท่ากับจำนวนเงินตามที่โจทก์ฟ้อง 150,194 บาท หักด้วยจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระ 112,000 บาทกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องอีก 8,400 บาท แล้ว คือ 29,794 บาท เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์นั้น เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาทตามตาราง 1 ข้อ 2(ก)ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ต่อโจทก์เป็นเงิน139,716 บาท โดยจำเลยจะชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายใน3 เดือนนับแต่วันทำหนังสือรับสภาพหนี้ และจำเลยได้ออกเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาท่าแพ ลงวันที่ 22 พฤษภาคม2540 สั่งจ่ายเงินจำนวน 139,716 บาท เป็นการชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ แต่เช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน150,194 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 139,716บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คค้ำประกันหนี้เงินกู้ โจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยและบังคับขู่เข็ญให้จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้

หากไม่ทำโจทก์จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยต่อไป หนังสือรับสภาพหนี้เป็นโมฆะ จำนวนเงินไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 112,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2540 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีมีทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์เท่าใดและต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นเงิน 139,716 บาท จำเลยให้การว่าเป็นหนี้อยู่จริงเพียง 112,000 บาท ทุนทรัพย์ที่พิพาทคือจำนวนเงิน 139,716 บาทหรือ 112,000 บาทไม่ใช่ 27,716 บาท ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นเงิน 139,716 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดวันที่ 22 พฤษภาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 112,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

นับแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2540 เป็นต้นไปจำเลยมิได้อุทธรณ์ถือว่าจำเลยพอใจตามคำพิพากษา แต่โจทก์ไม่พอใจและอุทธรณ์ขอให้บังคับจำเลยรับผิดชำระหนี้เต็มตามจำนวนที่ฟ้อง ดังนี้ คดีจึงมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เท่ากับจำนวนเงินตามที่โจทก์ฟ้อง 150,194 บาท หักด้วยจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระ 112,000 บาทกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2540 ถึงวันฟ้องอีก 8,400 บาท แล้ว คือ 29,794 บาท ไม่ใช่เป็นเงิน 27,716 บาท ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือเป็นเงิน 139,716 บาทหรือ 112,000 บาทดังที่โจทก์ฎีกา เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคหนึ่ง และคดีนี้ศาลชั้นต้น วินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วฟังว่า จำเลยต้องรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นเงินเพียง 112,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าพยานบุคคลและพยานเอกสารที่โจทก์นำสืบฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยแล้วว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ตามจำนวนที่ฟ้องแก่โจทก์พยานจำเลยที่นำสืบหักล้างไม่น่าเชื่อถือว่าจำเลยค้างชำระหนี้แก่โจทก์เพียง 112,000 บาท นั้น เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น ถือเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง

โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ เนื่องจากคดีโจทก์ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2(ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเกินมา จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน200 บาท ให้แก่โจทก์"

Result

พิพากษายืน คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาทให้แก่โจทก์

Matter details

Panel of judges
วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 712890)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความที่อุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 715016)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์กรณีมีการขออนุญาตหรือได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจ…

Supreme Court Judgment No. 5551/2567

คดีนี้มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็น…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 4325/2566

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 2 ตกเป็นของแผ่นดินนั้น แม้ปัญหาว่าทรัพย์สินตามคำร้องแต่ละรายการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ สามารถพิจารณาทรัพย์สินแต่ละรายการแย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up