คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้นในวันเดียวกัน และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในวันเวลาเดียวกันต่อเนื่องกัน จึงไม่อยู่ในวิสัยที่โจทก์จะยื่นคำแถลงให้ศาลชั้นต้นทราบก่อนที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษาคดีนี้ว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว และถือว่าความปรากฏต่อศาลชั้นต้นแล้วว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้น ศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว โจทก์จึงไม่ต้องแถลงต่อศาลชั้นต้นซ้ำอีกนั้น เห็นว่า
โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 12 ธันวาคม 2557 ซึ่งคำฟ้องระบุว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้น ซึ่งโจทก์ได้ยื่นฟ้องมาในวันนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เบิกจำเลยมาสอบคำให้การในวันที่ 15 ธันวาคม 2557 สอดคล้องกับฎีกาของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นและสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นเอกสารท้ายฎีกาซึ่งจำเลยไม่ได้แก้ฎีกาให้ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น ฟังได้ว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้นในวันเดียวกันคือวันที่ 12 ธันวาคม 2557 โดยศาลชั้นต้นเบิกจำเลยมาสอบคำให้การทั้งสองคดีในวันที่ 15 ธันวาคม 2557 และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยในวันดังกล่าว โดยศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้น ก่อนคดีนี้ ดังนี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้นกับคดีนี้ติดต่อกันไป
เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้น โจทก์ย่อมไม่อาจแถลงต่อศาลชั้นต้นได้ว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้นนั้นมีหมายเลขคดีแดงที่เท่าใด ถือได้ว่าความปรากฏต่อศาลและคู่ความชัดแจ้งแล้วว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้นนั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วโดยไม่จำต้องให้โจทก์แถลงต่อศาลซ้ำอีก จึงนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5130/2557 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7