Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1478/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การเปลี่ยนตัวกรรมการสมาคมโดยมิได้จดทะเบียนการเปลี่ยนแปลนั้นต่อนายทะเบียน ย่อมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และต้องถือว่ากรรมการที่ได้จดทะเบียนไว้เดิมยังเป็นกรรมการโดยชอบด้วยกฎหมายตลอดมา

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 1284

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า สมาคมโหรแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล เมื่อเดือนมีนาคม 2512 สมาชิกของสมาคมได้เลือกจำเลยบางคนและโจทก์บางคนกับผู้มีชื่อรวม 15 คน เป็นกรรมการประจำ พ.ศ. 2512 กรรมการดังกล่าวได้เลือกจำเลยที่ 1 เป็นนายกสมาคม ต่อมาจำเลยที่ 1ลาออกจากการเป็นกรรมการ คณะกรรมการได้เลือกตั้งโจทก์ที่ 1 เป็นนายกสมาคมแทน หลังจากนั้นคณะกรรมการได้มีมติให้จำเลยที่ 16และ 17 ขาดจากสมาชิกภาพ และได้มีการเปลี่ยนตัวกรรมการบางคนต่อมากรรมการคณะของโจทก์ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ โดยโจทก์ที่ 1 ได้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมและมีสมาชิกมาประชุมครบองค์ประชุมตามข้อบังคับ จำเลยได้สมคบกันวางแผนโค่นล้มการประชุมใหญ่และเปลี่ยนคณะกรรมการใหม่โดยพลการโดยจำเลยได้ร่วมกันขัดขวางการประชุมตะโกนไล่โจทก์ที่ 1 ลงจากที่นั่งประธาน

อ้างว่าโจทก์ทั้งหมดไม่มีฐานะเป็นกรรมการ เพราะไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อกรรมการต่อนายทะเบียนสมาคม โจทก์ที่ 1ไม่ใช่นายกสมาคม ไม่มีอำนาจหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมตามข้อบังคับโจทก์ที่ 1 ขอร้องให้ที่ประชุมสงบเสียงก็ไม่เป็นผล โจทก์ที่ 1จึงประกาศปิดประชุม จำเลยที่ 6 ได้ชวนเชิญสมาชิกให้ประชุมต่อไปโดยเชิญหลวงสุนาวินวิวัฒน์กรรมการที่ถูกต้องที่ปรากฏทางทะเบียนเมื่อ พ.ศ. 2495 ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ เป็นประธานชั่วคราว และได้ดำเนินการออกเสียงเลือกตั้งกรรมการสมาคมประจำปี พ.ศ. 2513ได้แก่จำเลยที่ 1 ถึง 15 กรรมการได้เลือกตั้งจำเลยที่ 1 เป็นนายกสมาคม โดยสมาชิกอื่นซึ่งอยู่ต่างจังหวัดไม่ทราบล่วงหน้าเป็นการผิดกฎหมายและข้อบังคับของสมาคมและละเมิดสิทธิของโจทก์จำเลยที่ 1 - 17 ได้เข้าครอบครองสำนักงาน

ทรัพย์สิน เอกสารสมุดหนังสือของสมาคม จำเลยที่ 17 ได้รับแต่งตั้งจากพวกจำเลยให้ทำหน้าที่ผู้ช่วยบรรณาธิการหนังสือพิมพ์พยากรณ์สาร อันเป็นกิจการของสมาคม และจำเลยได้สั่งจำเลยที่ 7 บรรณาธิการหนังสือ "พยากรณสาร" พิมพ์รายชื่อจำเลยทั้งหมดลงในหนังสือพิมพ์ "พยากรณสาร" ว่าเป็นคณะกรรมการประจำ พ.ศ. 2513 เป็นการไม่ชอบ และจำเลยได้นำรายชื่อจำเลยไปจดทะเบียนเปลี่ยนตัวกรรมการต่อเจ้าพนักงานแผนกทะเบียนสมาคมกองตำรวจสันติบาล กรมตำรวจ โดยมิชอบ ขอให้ห้ามจำเลยที่ 1-15 เข้าเกี่ยวข้องในสำนักงานของสมาคม และดำเนินกิจการใด ๆ ของสมาคมในฐานะกรรมการสมาคม และห้ามจำเลยที่ 16 และ 17 เข้าเกี่ยวข้องในสำนักงานสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในฐานะสมาชิกสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ให้จำเลยส่งมอบกิจการ

ทรัพย์สิน เอกสาร สมุดหนังสือของสมาคมแก่โจทก์ในฐานะคณะกรรมการรักษาการสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ให้จำเลยที่ 7 ในฐานะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์"พยากรณสาร" ของสมาคมโหรแห่งประเทศไทยประจำ พ.ศ. 2513 งดเว้นตีพิมพ์รายชื่อจำเลยในฐานะกรรมการสมาคมโหรแห่งประเทศไทยประจำ พ.ศ. 2513 และงดเว้นตีพิมพ์รายชื่อจำเลยที่ 17 ในฐานะผู้ช่วยบรรณาธิการ ให้เพิกถอนทะเบียนสมาคม (ส.ค.2) เลขลำดับ จ.337 ของแผนกทะเบียนสมาคมกองตำรวจสันติบาล กรมตำรวจ ลงวันที่ 29 กันยายน 2513 หรือให้ยื่นคำขอถอนคำขอจดทะเบียนดังกล่าว ถ้าจำเลยไม่จัดการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยทั้งหมดให้การ และจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งด้วยว่าจำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมในปี พ.ศ. 2511-2513 โจทก์ที่ 1 เป็นนายกสมาคมต่อจากจำเลยที่ 1 เพียงบางส่วนของระยะเวลาในปี พ.ศ. 2512-2513 แต่โจทก์ที่ 1 มิได้ไปจดทะเบียนต่อแผนกสมาคม กรมตำรวจ ให้ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1284 ความเป็นนายกของโจทก์ที่ 1 และความเป็นกรรมการหรือกรรมการเจ้าหน้าที่อื่นของโจทก์ที่ 2-13 จึงไม่สมบูรณ์ การประชุมประจำปีเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่ (ครั้งที่เกิดเหตุคดีนี้) เป็นไปโดยชอบ จำเลยที่ 1 ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม จำเลยที่ 3 และ 4 ได้รับตำแหน่งเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการ จำเลยนอกนั้นได้รับเลือกเป็นกรรมการโดยชอบด้วยกฎหมายและได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมแล้ว จึงสมบูรณ์

จำเลยที่ 7 ในฐานะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ "พยากรณสาร" พิมพ์รายชื่อของจำเลยทั้งหมดในหนังสือพิมพ์นั้นโดยชอบตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 โจทก์ที่ 9 ได้ลาออกจากกรรมการและสมาชิกของสมาคมแล้วจึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ขอให้โจทก์ที่ 1, 2, 3 และ 4 ส่งมอบกิจการและเอกสารรวมทั้งอำนาจเกี่ยวกับการเงินในธนาคาร และกิจการของสมาคมแก่จำเลยที่ 1 และคณะ โจทก์ที่ 2 ในนามของโจทก์ที่ 1 และตนเองได้ตอบปฏิเสธ ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ที่ 1, 2, 3 และ 4 ส่งมอบกิจการ เอกสาร และอำนาจทางการเงินของสมาคมโหรแห่งประเทศไทยให้จำเลยที่ 1 ห้ามมิให้เกี่ยวข้องในหน้าที่กรรมการต่อไป โจทก์ที่ 1-4 ให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นกรรมการของสมาคมโดยได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกโดยชอบด้วยข้อบังคับและกฎหมาย

การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการจึงไม่ชอบด้วยข้อบังคับของสมาคม การที่โจทก์มิได้จดทะเบียนไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติว่าความเป็นกรรมการไม่สมบูรณ์ การที่จำเลยสมคบกันวางแผนโค่นล้มการประชุมใหญ่ และขับไล่โจทก์ที่ 1 ในฐานะประธานของที่ประชุมใหญ่ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ทุกคนเป็นกรรมการโดยชอบจึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้เพิกถอนมติของสมาคม โจทก์ที่ 9 ไม่ได้ลาออกจากกรรมการและสมาชิกของสมาคมขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1-15 เป็นกรรมการสมาคมโดยชอบและจำเลยที่ 16, 17 มีสิทธิที่จะปฏิบัติงานธุรการของสมาคมได้ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่น พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ที่ 1-4 ส่งมอบกิจการและเอกสารรวมทั้งอำนาจทางการเงินของสมาคมให้แก่จำเลยที่ 1 กับห้ามมิให้เกี่ยวข้องในหน้าที่กรรมการตามฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า สมาคมโหรแห่งประเทศไทยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลสมาคมนี้ได้เลือกตั้งกรรมการในเดือนมีนาคมทุกปีตลอดมา และได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการมาจนถึงปี พ.ศ. 2495 ปี พ.ศ. 2512 จำเลยที่ 1 ได้รับเลือกเป็นกรรมการและเป็นนายกสมาคมและได้ลาออกไปก่อนครบกำหนดวาระ เนื่องจากจำเลยที่ 1 มีความเห็นขัดแย้งกับมติที่ประชุมวิสามัญครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2512 ที่มีมติให้สมาชิกเลือกตั้งกรรมการสมาคมส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ โดยไม่ต้องเลือกตั้งกรรมการสมาคมในที่ประชุมใหญ่ เป็นการขัดกับข้อบังคับของสมาคมโจทก์ได้รับเลือกเป็นกรรมการสมาคม และโจทก์ที่ 1 ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมสืบแทนจำเลยที่ 1 และอยู่ในตำแหน่งตามวาระจนถึงเดือนมีนาคม 2513 ในระหว่างที่โจทก์ทำหน้าที่กรรมการสมาคมมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมตามกฎหมายและได้มีมติให้จำเลยที่ 16 และ 17 ขาดจากสมาชิกภาพ

โจทก์ได้ดำเนินการเลือกกรรมการสมาคมประจำปี พ.ศ. 2513 โดยให้สมาชิกส่งบัตรเลือกตั้งมา จำเลยที่ 3 ในฐานะเลขาธิการของสมาคมได้มีหนังสือนัดประชุมใหญ่พร้อมกับส่งระเบียบวาระการประชุมที่มีเรื่องตั้งอนุกรรมการตรวจนับคะแนนเลือกตั้งไปด้วย ในวันประชุมใหญ่มีสมาชิกมาประชุมประมาณ 90 คน ครบองค์ประชุม โจทก์ที่ 1 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม เมื่อถึงระเบียบวาระดังกล่าว สมาชิกต่างคัดค้านว่าเป็นการผิดข้อบังคับของสมาคม และนำเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งแผนกสมาคม กรมตำรวจ มาชี้แจงว่า โจทก์มิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ และปรากฏตามหลักฐานทางทะเบียนว่าได้จดทะเบียนกรรมการไว้ถึง พ.ศ. 2495 เท่านั้น สมาชิกจึงคัดค้านการเป็นกรรมการของโจทก์และเชิญพลเรือโทหลวงสุนาวินวิวัฒน์เป็นประธานในที่ประชุมเพื่อดำเนินการประชุมใหญ่เลือกกรรมการสมาคมต่อไป

โจทก์ที่ 1 สั่งปิดประชุม แล้วออกจากที่ประชุม ผลของการประชุมใหญ่ปรากฏว่าจำเลยทุกคนได้รับเลือกเป็นกรรมการสมาคม เว้นแต่จำเลยที่ 16 และ 17ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติให้คืนสภาพเป็นสมาชิกสมาคมดังเดิม และ จำเลยที่ 1 ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม สมาคมได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โจทก์ที่ 1-4 ไม่ยอมส่งมอบเอกสารหลักฐานการเงินของสมาคมให้จำเลยที่ 1 โจทก์ที่ 9 ได้ลาออกจากสมาชิกสมาคมเมื่อ พ.ศ. 2513 ขณะที่จำเลยที่ 1 เป็นนายกสมาคม

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ยังเป็นกรรมการสมาคมโหรแห่งประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1284 บังคับสมาคมให้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ และพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 52 ก็ให้ลงโทษสมาคมมิใช่กรรมการโจทก์และไม่มีบทบัญญัติใดให้ถือว่ากรรมการโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเห็นว่าตามบทมาตราแห่งประมวลกฎหมายและพระราชบัญญัติดังกล่าวมุ่งประสงค์จะให้แผนกทะเบียนกรมตำรวจ ได้ควบคุมสมาคมให้ปฏิบัติการโดยชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อที่บุคคลภายนอกจะทราบตัวบุคคลผู้บริหารกิจการสมาคมได้จากหลักฐานทางทะเบียน เพราะเหตุที่สมาคมที่ได้จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบุคคลทั้งหลายที่รวมเข้ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1282 วรรคแรก

เมื่อสมาคมละเลย กฎหมายจึงลงโทษสมาคม แม้จะไม่มีกฎหมายบัญญัติให้กรรมการโจทก์ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ก็ตาม หากแต่เป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการละเลยไม่จดทะเบียนกรรมการโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ต้องถือว่ากรรมการที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วยังเป็นกรรมการโดยชอบด้วยกฎหมายตลอดมา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · ชุ่ม สุนทรธัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up