Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 14941/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การโอนสิทธิเรียกร้องจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผู้โอนมีสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งเหนือบุคคลที่สาม และไม่ประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าวด้วยตนเอง จึงขอโอนสิทธิดังกล่าวให้แก่ผู้รับโอนสิทธิ แต่ตามบันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ได้โอนภาระการชำระหนี้ของตนที่มีต่อโจทก์ที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระแทน ส่วนการโอนกิจการและที่ดินของห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ให้แก่จำเลยที่ 1 ก็หาใช่สิทธิอันจะพึงเรียกร้องให้โจทก์ที่ 1 ต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับโอนกิจการและที่ดินในโครงการจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. จึงหามีสิทธิอันใดที่จะเรียกร้องให้โจทก์ที่ 1 ทำการค้ำประกันค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในกิจการที่รับโอนมาได้ กรณีตามบันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่เห็นได้ว่าเป็นการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้เท่านั้น หาใช่การโอนสิทธิเรียกร้องแต่อย่างใด จำเลยทั้งสองจึงหามีสิทธิปฏิเสธไม่ชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ที่ 1

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกและโจทก์ร่วมในสำนวนที่สองว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนที่สองว่า โจทก์ที่ 2 และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ สำนวนแรกโจทก์ที่ 1 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 สำนวนหลังโจทก์ที่ 2 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องสำนวนแรกแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัด อลินทอง ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในสำนวนที่สอง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 10,000 บาท รวม 2 กระทง ปรับ 20,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 5 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 10 เดือน (ที่ถูก ต้องระบุด้วยว่า หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30)

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 2 ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ตามสัญญาจ้างระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนากับโจทก์ที่ 1 กำหนดให้จำเลยที่ 1 ก่อสร้างงานสาธารณูปโภคในโครงการหมู่บ้านสุขนิรันดร์ให้เสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 หลังจากครบกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2546 ห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนาได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ที่ 1 ว่า ยังค้างชำระหนี้ค่าก่อสร้างงานสาธารณูปโภคเป็นเงิน 9,553,900 บาท จึงแสดงให้เห็นว่าโจทก์ที่ 1 ได้ก่อสร้างงานสาธารณูปโภคตามสัญญาจ้างให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาแล้ว หากโจทก์ที่ 1 ยังทำงานไม่เสร็จตามสัญญา

ห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนาย่อมต้องโต้แย้งและไม่ยอมทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ดังกล่าว นอกจากนี้หลังจากทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้ว เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2547 ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่ระหว่างโจทก์ที่ 1 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนา ก็ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนายังค้างชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้เป็นเงิน 8,553,900 บาท จึงเป็นข้อยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า โจทก์ที่ 1 ได้ส่งมอบงานก่อสร้างสาธารณูปโภคให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนาเรียบร้อยแล้ว แต่ห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนาไม่สามารถชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้แก่โจทก์ที่ 1 ได้ จึงได้ตกลงแปลงหนี้ใหม่โดยให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระหนี้แทน และเพื่อเป็นการตอบแทนการกระทำดังกล่าว จึงตกลงโอนกิจการและที่ดินในโครงการหมู่บ้านสุขนิรันดร์ให้แก่จำเลยที่ 1 ในการนี้จำเลยที่ 1 จึงสั่งจ่ายเช็ค 3 ฉบับ

ชำระหนี้ ความข้อนี้ปรากฏจากคำเบิกความของนายอภิรักษ์ หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ที่ 1 ว่า หลังจากนั้นเช็คฉบับแรกจำนวนเงิน 2,000,000 บาท เรียกเก็บเงินได้ ส่วนเช็คอีกสองฉบับธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 จึงนำเช็คพิพาท มามอบให้โดยยืนยันว่า เช็คทั้งสองฉบับสามารถเรียกเก็บเงินได้เมื่อถึงกำหนดสั่งจ่าย แต่เช็คพิพาททั้งสองฉบับก็ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช่นเดิม การสั่งจ่ายเช็คพิพาทจึงเป็นการสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง ส่วนที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าโจทก์ที่ 1 ยังก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคไม่เสร็จ โดยอ้างสำเนาภาพถ่ายระบบสาธารณูปโภคในโครงการบ้านสุขนิรันดร์ในวันทำบันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่ เป็นหลักฐานก็ขัดกับเหตุผลดังวินิจฉัยมาแล้ว

อีกทั้งตามสำเนาภาพถ่ายก็ปรากฏว่ามีการทำระบบสาธารณูปโภคเสร็จแล้ว แต่มีความชำรุดบกพร่องเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งสัญญาจ้างก็ระบุไว้แล้วว่า หากมีความชำรุดบกพร่องจากงานจ้างภายในกำหนด 12 เดือน โจทก์ที่ 1 จะต้องทำการแก้ไขให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการแจ้งให้โจทก์ที่ 1 แก้ไขแต่อย่างใด หนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 2 ต่อไปว่า บันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่ เป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือเป็นการโอนสิทธิเรียกร้อง เห็นว่าการโอนสิทธิเรียกร้องจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผู้โอนมีสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งเหนือบุคคลที่สาม และไม่ประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าวด้วยตนเอง จึงขอโอนสิทธิดังกล่าวให้แก่ผู้รับโอนสิทธิ แต่ตามบันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด

กุลวัชพัฒนาได้โอนภาระการชำระหนี้ของตนที่มีต่อโจทก์ที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระแทน ส่วนการโอนกิจการและที่ดินของห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนาให้แก่จำเลยที่ 1 ก็หาใช่สิทธิอันจะพึงเรียกร้องให้โจทก์ที่ 1 ต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใด ส่วนที่จำเลยที่ 2 เบิกความว่าเหตุที่ไม่ชำระเงินตามเช็คเนื่องจากรอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินและหนังสือค้ำประกันค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคจากโจทก์ที่ 1 นั้น เมื่อตรวจดูสัญญาจ้างก่อสร้างสาธารณูปโภคระหว่างโจทก์ที่ 1 และห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนา ไม่ปรากฏข้อตกลงว่า โจทก์ที่ 1 ต้องทำหนังสือค้ำประกันค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการ แม้จะปรากฏจากคำเบิกความของนายอภิรักษ์

โจทก์ที่ 1 เคยค้ำประกันค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคเป็นเวลา 1 ปี ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ที่ 1 กระทำไปเพียงช่วยเหลือให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนาสามารถออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินได้เท่านั้น หาใช่เป็นการกระทำไปตามข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับโอนกิจการและที่ดินในโครงการหมู่บ้านสุขนิรันดร์จากห้างหุ้นส่วนจำกัด กุลวัชพัฒนาจึงหามีสิทธิอันใดที่จะเรียกร้องให้โจทก์ที่ 1 ทำการค้ำประกันค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในกิจการที่รับโอนมาได้ กรณีตามบันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่เห็นได้ว่าเป็นการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้เท่านั้น หาใช่การโอนสิทธิเรียกร้องแต่อย่างใด จำเลยทั้งสองจึงหามีสิทธิปฏิเสธไม่ชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ที่ 1 จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ที่ 2 ฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
สมชาย พันธุมะโอภาส · พิศล พิรุณ · สิริรัตน์ จันทรา
Lower court
ศาลแขวงลำปาง - นายเดชา คำสิทธิ
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางศุภลักษณ์ พิชญเวคิน
Supreme Court black case no.
อ.2532/2553
Trial court black case no.
อ1321/2548
Trial court red case no.
อ2873/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6631/2568

เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประก…

Supreme Court Judgment No. 1003/2566

หนี้ตามสัญญากู้เงินพิพาทเกิดจากการนำหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ และหนี้ค่าแชร์มารวมกัน แม้หนี้เงินกู้เดิมไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมแต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์เพียงแต่โจทก์ไม่…

Supreme Court Judgment No. 1389/2561

ข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) ระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 5 เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ค้ำประกันด้วยกันเอง โจทก์ในฐานะผู้รับโอนหนี้จากธนาคาร ด. มิได้ตกลงยินยอมด้วย จึงไม่มีผลให้จำเลยที่ 5 หลุดพ้นจากการเป็นผู้ค้ำ…

Supreme Court Judgment No. 8089/2560

จำเลยที่ 3 ได้ทำหนังสือค้ำประกันให้ไว้แก่โจทก์ความว่า ตามที่จำเลยที่ 1 รับจ้างปรับปรุงตกแต่งอาคารสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และได้ตกลงสั่งซื้อสินค้าและว่าจ้างโจทก์ติดต…

Supreme Court Judgment No. 13199/2558

ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะทำสัญญาจะซื้อจะขายทาวน์เฮ้าส์ให้แก่โจทก์ โจทก์มีสิทธิได้รับเงินจากการขายที่ดินโฉนดเลขที่ 177532 จำนวน 6,000,000 บาท จากจำเลยที่ 2 และได้แปลงหนี้ใหม่มาเป็นสัญญาจะซื้อจะขายทาวน์เฮาส์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up