คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๓ เป็นเจ้าพนักงานขอหมายจากผู้บังคับกองตำรวจว่าจะไปค้นตรวจฝิ่นเถื่อนที่บ้าน จ.แต่กลับไปค้นที่บ้าน อ.เจ้าทุกข์ในเวลาค่ำคืนจำเลยมิได้แต่งเครื่องแบบและได้แสดงตัวแก่ อ.ว่าเป็นอ้ายเสือ แล้วจับอ.และภรรยามัดให้นำไปตรวจค้นที่ซ่อนฝิ่นแต่ไม่ได้จำเลยที่ ๒ ได้เอาซ่นปืนกะทุ้งหน้าอกเจ้าทุกข์ด้วย ปรากฎด้วยว่าในการตรวจค้นนี้จำเลยได้มีอาวุธปืนไปด้วย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งในระหว่างคดี อ.เจ้าทุกข์ได้ยื่นคำร้องขอถอนการร้องทุกข์ไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความกับจำเลยต่อไป ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ว่ารูปคดีดั่งกล่าวข้างบนนั้น จำเลยทุกคนมีผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิศรภาพตาม ม.๒๖๘ และเมื่อจำเลยมีอาวุธปืนไปด้วย ความผิดของจำเลยจึงเข้าตามตอน ๓ แห่ง ม.๒๖๘ อันมิใช่ความผิดต่อส่วนตัวอย่างใด แม้เจ้าทุกข์จะได้ถอนคำสั่งร้องทุกข์แล้วก็ดี อัยยการก็มีอำนาจดำเนินคดีต่อไปได้ และจำเลยที่ ๒ มีผิดตาม ม.๓๓๘ (๓) อีกด้วย
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี