คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยไม่ทำป้ายแสดงราคาเนื้อสุกรที่จำเลยขาย เป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรจังหวัดราชบุรี ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบ
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าจำเลยเคยต้องโทษและพ้นโทษมาตามฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย 160 บาท ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 17 กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 72, 59 กับให้จ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยเสียสินบลนำจับแก่ผู้แจ้งความนั้น ให้ยกเสียเพราะอัยยการไม่มีอำนาจขอ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4 บัญญัติให้ใช้แก่ความผิดซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการค้ากำไรเกินควร และมาตรา 9 ให้พนักงานอัยยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายเงินสินบลหรือรางวัล แต่ตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 30 บัญญัติว่านอกจากโทษที่จะได้รับตามคำพิพากษาแล้ว ผู้กระทำผิดยังจะต้องเสียเงินสินบลนำจับอีกกึ่งหนึ่งของค่าปรับด้วย พ.ร.บ.ฉะบับหลังนี้จึงบัญญัติถึงการบังคับให้ใช้เงินสินบลนำจับไว้เป็นพิเศษ แตกต่างไปจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดฯ เมื่อพระราชบัญญัติฉะบับหลังมิได้ระบุอำนาจไว้ จึงไม่มีทางจะขอแทนได้ เพราะโจทก์หรือรัฐบาลไม่มีสิทธิในเงินสินบลนั้น
Result
พิพากษายืน