เนื้อความคำพิพากษา
ข้อเท็จจริงได้ความว่าข้าหลวงประจำจังหวัดเพชรบุรีได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควรขึ้นรวม 11 นายทั้งประธาน คณะกรรมการชุดนี้ประชุมเมื่อ 30 พฤษภาคม 2495 มีกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเข้าประชุมรวม 5 นาย และมีผู้แทนกรรมการเข้าประชุมด้วยอีก 3 นายที่ประชุมตกลงเรื่องการกำหนดราคาเนื้อสุกร แต่ไม่ได้ประชุมเรื่องการทำป้ายบอกราคา ครั้น 6 มิถุนายน 2495 มีประกาศคณะกรรมการนั้นกำหนดราคาสูงสุดของเนื้อสุกรและกำหนดให้ผู้ขายต้องทำป้ายแสดงราคาไว้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขายเนื้อสุกรโดยมิได้ทำป้ายแสดงราคาตามประกาศดังกล่าวศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยขายเนื้อสุกรโดยไม่มีป้ายแสดงราคาจริง แต่ประกาศของเจ้าพนักงานฉบับนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรคณะนี้มิได้วางระเบียบไว้ด้วยว่าให้ผู้ใดเป็นผู้แทนกรรมการเข้าประชุมได้ดังนี้ ผู้แทนกรรมการที่เข้าประชุมแทนกรรมการจึงมิใช่เป็นกรรมการ และเมื่อเป็นเช่นนั้นการประชุมที่มีกรรมการแท้ ๆ มาประชุมไม่ถึงครึ่งจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงไม่ครบองค์ประชุมตาม พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 7 มติของการประชุมครั้งนั้นจึงเสียไปใช้บังคับไม่ได้ แม้ผู้แทนจะเป็นผู้มีอาวุโสที่จะทำการแทนในกิจการตามปกติได้ตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและระเบียบของราชการก็ดี ก็มิใช่เป็นกรรมการเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้ากำไรเกินควรอันเป็นกฎหมายพิเศษเฉพาะการอนึ่ง มติของที่ประชุมครั้งนั้นหาได้มีการประชุมเรื่องให้ทำป้ายบอกราคาด้วยไม่ แต่ในประกาศคณะกรรมการฉบับนั้น ได้กำหนดให้ผู้ขายทำป้ายบอกราคาไว้ เป็นการเกินไปจากมติของที่ประชุมคณะกรรมการซึ่งเป็นการมิชอบ ศาลทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว
Result
จึงพิพากษายืน