Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 15022/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ศาลจะมีคำสั่งรวมการพิจารณาพิพากษาคดีระหว่างโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 กับโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 เข้าด้วยกัน ทั้งออกคำบังคับและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับเดียวกันก็ตาม แต่สิทธิเรียกร้องของโจทก์แต่ละรายเป็นสิทธิที่เกิดจากสัญญาจ้างแรงงานของโจทก์แต่ละคน จึงเป็นสิทธิเฉพาะตัว โจทก์ทั้งหมดมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกัน การที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ขออายัดเงินต่อสิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอก และแจ้งแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีว่ายินดีรับเงินตามจำนวนที่บุคคลภายนอกแจ้งมา เป็นการบังคับคดีเฉพาะตัว เมื่อโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 มิได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ของตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับส่วนเฉลี่ยจากเงินจำนวนดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีและจ่ายเงินแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 จึงชอบแล้ว

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 290 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสิบหกสำนวนศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 16

คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้าง ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดแก่โจทก์ทั้งสิบหกแต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ทั้งสิบหกขอให้ศาลแรงงานกลางตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยตามคำพิพากษา โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนการจ่ายเงินทั้งหมดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินที่ได้รับไปทั้งสิ้นให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณเฉลี่ยเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสิบหกตามอัตราส่วนที่โจทก์แต่ละคนจะพึงได้ตามคำพิพากษา หรือให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแก้ไขการจ่ายเงินดังกล่าวโดยเฉลี่ยเงินทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสิบหกตามส่วน และให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินส่วนที่ได้รับเกินไปเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายให้โจทก์ทั้งสิบหกอย่างเท่าเทียมกันตามคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดียื่นหนังสือรายงานข้อเท็จจริงในการบังคับคดีว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 15 แถลงขออายัดเงินค้ำประกันตามสัญญาซื้อขายทุกประเภทที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานต่างๆ ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2549 โจทก์ที่ 3 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 แถลงขออายัดสิทธิเรียกร้องไปยังบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีหนังสือแจ้งอายัดไปแล้วโดยผู้รับมอบอำนาจโจทก์ที่ 3 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 ละที่ 16 ถือหนังสือไปยังผู้ถูกอายัดแต่ไม่ปรากฏผลการส่งหมายแจ้งการอายัด ต่อมาโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขออายัดไปยังบริษัทดังกล่าวตามสัญญาจ้างบริการเป็นเงิน 1,200,000 บาท แต่บริษัทดังกล่าวแจ้งว่ามีค่าบริการคงเหลือเพียง 614,057.48 บาท

โจทก์ที่ 1 จึงขอแก้ไขการอายัดให้เหลือเพียง 614,057.48 บาท ซึ่งเป็นเงินตามที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ขออายัด โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิในการรับเงิน เพราะการรวมพิจารณาในคดีนี้เป็นไปเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาในชั้นศาลเท่านั้น หนี้ตามคำพิพากษามิได้เป็นหนี้ร่วม การขออายัดครั้งแรกของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 15 กระทำในฐานะส่วนตัวมิได้แสดงให้เห็นว่ากระทำการแทนโจทก์ที่เหลือ ซึ่งโจทก์ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ได้ขอบังคับคดีส่วนตัวเช่นกัน ในชั้นบังคับคดีโจทก์แต่ละคนจะต้องแถลงให้ชัดเจนว่าจะบังคับคดีส่วนตัวหรือแทนใคร โจทก์คนใดไม่ใช้สิทธิในการบังคับคดีถือว่ายังไม่ประสงค์จะบังคับคดี เงินที่ส่งเข้ามาจึงสามารถจ่ายได้เฉพาะโจทก์ที่ขออายัด เฉพาะส่วนของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 เท่านั้นที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีรายรับ - จ่ายเงินไปโดยผิดหลง ซึ่งจะต้องกันส่วนของโจทก์ที่ 3 และที่ 4 ไว้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้เพิกถอนการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ผู้คัดค้านทั้งห้ารวม 6 ครั้ง ทั้งหมดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีรายการรับและจ่ายเงินใหม่ โดยให้คำนวณจ่ายให้โจทก์ทั้งสิบหกเฉลี่ยตามส่วนที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับตามคำพิพากษา ให้ดำเนินการบังคับให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 คืนเงินในส่วนที่ได้รับเกินไปมาจ่ายให้โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ถึงที่ 14 และที่ 16 ต่อไป โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ว่า การจ่ายเงินของเจ้าพนักงานบังคับคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การที่บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ส่งเงินมาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีก็เนื่องจากโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ได้ขออายัดเงิน ต่อสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้างสแกนข้อมูลเอกสารและค่าจ้างบริการที่บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ต้องชำระแก่จำเลย จำนวน 1,200,000 บาท ซึ่งต่อมาบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) แจ้งว่าจำเลยมีสิทธิเรียกร้องเพียง 614,057.48 บาท โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 แจ้งแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีว่ายินดีรับเงินจำนวนดังกล่าว

ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 นั้น การอายัดเงินดังกล่าวจึงเป็นการขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดอายัดไว้ตามคำพิพากษาเฉพาะส่วนการบังคับตามคำพิพากษาของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 แม้คดีนี้ศาลแรงงานกลางจะได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีระหว่างโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 กับโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 ทั้งศาลออกคำบังคับและออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับเดียวกันก็ตาม แต่สิทธิเรียกร้องของโจทก์แต่ละรายเป็นสิทธิที่เกิดจากสัญญาจ้างแรงงานของโจทก์แต่ละคน จึงเป็นสิทธิเฉพาะตัว

โจทก์ทั้งหมดมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกัน การกระทำของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 จึงเป็นการบังคับคดีเฉพาะตัว เมื่อโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 มิได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ของตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16 จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับส่วนเฉลี่ยจากเงินจำนวนดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำบัญชีและจ่ายเงินแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 15 นั้นจึงชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 13 และที่ 16

Matter details

Panel of judges
ธีระพงศ์ จิระภาค · วิชัย เอื้ออังคณากุล · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายสละ เทศรำพรรณ
Supreme Court black case no.
ร.3865/2551
Trial court black case no.
พ1464/2549
Trial court red case no.
พ2388/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3469/2534

การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 ไว้ขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินชำระหนี้ และต่อมาโจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 ครบถ้วนแล้วนั้น กรณีเช่นนี้โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับคดีแก…

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 2159/2567

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาอ้างว่า คำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีกับคำร้องของดการบังคับคดีที่จำเลยทั้งสี่ยื่นต่อศาลชั้นต้นถือเป็นคำร้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 วรรคหนึ่งและวรรคสาม ซึ่งชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะงดก…

Supreme Court Judgment No. 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

Supreme Court Judgment No. 1818/2566

เมื่อกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มิได้บัญญัตินิยามความหมายคำว่า "การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์" ไว้เป็นการเฉพาะ การตีความความหมายของคำดังกล่าวตามที่บัญ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up