Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 15031/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่โจทก์ได้รับมอบหมายให้เข้าไปดำเนินการปลดธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรติซึ่งต้องมีการปฏิบัติงานภายในห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลย การที่โจทก์ใช้กุญแจอาคารเปิดเข้าห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยเพื่อปฏิบัติงานตามคำสั่งนั้น หน้าที่ของโจทก์นอกจากดำเนินการปลดธงลงแล้วโจทก์ยังมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้เกิดความเรียบร้อยและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถานที่ที่โจทก์เข้าไปดำเนินงานด้วย เมื่อสถานที่ดังกล่าวเป็นห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดย่อมเป็นที่คาดหมายได้ว่าภายในห้องดังกล่าวอาจมีทรัพย์สินมีค่า หรือเอกสารสำคัญ โจทก์ยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังตรวจตรารักษาความปลอดภัยแก่สถานที่นั้นเป็นอย่างดี เมื่อโจทก์มิได้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราดูแลทำให้พระทองคำ ฮก ลก ซิ่ว ซึ่งมีมูลค่าถึง 75,000 บาท ที่อยู่ในห้องดังกล่าวสูญหายไป จึงเป็นการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างก่อนครบระยะเวลาตามสัญญาจ้างแก่โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 21,017 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโจทก์ก่อนกำหนดระยะเวลา 22,278 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง และค่าชดเชย 37,830 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงาน ตำแหน่งพนักงานบำรุงรักษาอาคาร (Technician O & M) ส่วนงานบริหารและบำรุงรักษาระบบของอาคารตามสัญญาจ้าง ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 12,610 บาท มีกำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 28 ของเดือน โจทก์มีหน้าที่ตามเอกสารกำหนดหน้าที่ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2551 นางนฤมล ผู้จัดการอาคาร ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์มีคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติงานเก็บธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ซึ่งติดไว้บริเวณหน้าอาคารของจำเลย พร้อมขอให้พนักงานรักษาความปลอดภัยมาช่วยงานโจทก์ปรากฏตามสำเนาจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และภาพถ่ายอาคาร หลังจากโจทก์เข้าทำงานตามคำสั่งนางนฤมลแล้ว

พระทองคำ ฮก ลก ซิ่ว ซึ่งตั้งอยู่ในห้องของประธานกรรมการบริหารของจำเลยสูญหายไป จำเลยแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม จำเลยตั้งคณะกรรมการสอบสวนสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไว้ คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าโจทก์กระทำความผิด จำเลยเลิกจ้างโจทก์ในวันที่ 8 กันยายน 2551 แล้ววินิจฉัยว่า แม้ตามคำสั่งให้ปฏิบัติงานจะปรากฏเพียงว่าจำเลยสั่งให้โจทก์จัดเก็บธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรติโดยมิได้มีข้อความชัดแจ้งว่าได้มอบหมายให้โจทก์ดูแลรักษาความปลอดภัยของสถานที่ในวันเกิดเหตุ และตามเอกสารกำหนดหน้าที่ก็มิได้ปรากฏหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของจำเลยด้วยก็ตาม แต่เมื่อกุญแจอาคารของจำเลยที่อยู่ภายใต้การดูแลของช่างซ่อมบำรุงอาคารเป็นสิ่งสำคัญมาก

ดังนั้นบุคคลที่อยู่ในวิสัยที่ต้องรับผิดชอบดูแลกุญแจอาคารดังกล่าว จึงต้องมีความระมัดระวังเพิ่มขึ้นในการดูแลรักษาความเรียบร้อยของสถานที่ การที่โจทก์ใช้กุญแจอาคารเปิดเข้าห้องที่พิพาทเพื่อไปปลดธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรติตามคำสั่ง จึงก่อให้เกิดภาระแก่โจทก์ในการดูแลความเรียบร้อยและป้องกันทรัพย์สินของห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยแล้ว เมื่อปรากฏว่าหลังจากที่โจทก์ได้ปฏิบัติงานตามคำสั่งในวันที่ 18 สิงหาคม 2551 พระทองคำ ฮก ลก ซิ่ว ของจำเลยได้สูญหายไปจากห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลย จึงเป็นความประมาทของโจทก์ที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอันควร พระทองคำดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 75,000 บาท การกระทำโดยประมาทของโจทก์ดังกล่าวย่อมเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายร้ายแรง

จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชย ตลอดจนเป็นการใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยชอบที่ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใด ๆ ให้แก่โจทก์อีก โจทก์อุทธรณ์ว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการปลดธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรตินั้น โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเอาใจใส่ในงานดังกล่าว และปิดล็อกประตูห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยแล้ว และพระทองคำอาจสูญหายไปก่อนหน้าวันที่โจทก์ปฏิบัติงานก็เป็นไปได้ ทั้งกุญแจที่เข้าห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยก็มีอยู่ประมาณ 3 ถึง 4 ชุด ในวันที่ 18 สิงหาคม 2551 โจทก์ต้องช่วยเหลือและทำงานร่วมกับบุคคลอื่นไม่อาจอยู่ประจำเพื่อเฝ้ารักษาทรัพย์สินได้ โจทก์จึงใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว

นั้น เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า พระทองคำ ฮก ลก ซิ่ว สูญหายไปในวันที่ 18 สิงหาคม 2551 หลังจากโจทก์ดำเนินการปลดธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรติ อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางและในบางส่วนเป็นการยกข้อเท็จจริงใหม่ขึ้นกล่าวอ้าง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การกระทำของโจทก์เป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ได้รับมอบหมายให้เข้าไปดำเนินการปลดธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรติซึ่งต้องมีการปฏิบัติงานภายในห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยนั้น หน้าที่ของโจทก์นอกจากดำเนินการปลดธงลงแล้ว โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้เกิดความเรียบร้อยและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถานที่ที่โจทก์เข้าไปดำเนินงานด้วย เมื่อสถานที่ที่โจทก์เข้าไปดำเนินงานปลดธงเป็นห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด ย่อมเป็นที่คาดหมายได้ว่าภายในห้องดังกล่าวอาจมีทรัพย์สินมีค่า หรือเอกสารสำคัญจำนวนมากเก็บอยู่ โจทก์ยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังตรวจตรารักษาความปลอดภัยแก่สถานที่นั้นเป็นอย่างดี

เมื่อโจทก์มิได้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราดูแลห้องประธานกรรมการบริหารของจำเลยจนกระทั่งส่งผลให้พระทองคำ ฮก ลก ซิ่ว ในห้องดังกล่าวสูญหายไปหลังจากที่โจทก์เข้าไปดำเนินการปลดธงในห้องนั้น โจทก์จึงมิได้ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ที่โจทก์จะต้องมีตามสมควร เมื่อทรัพย์สินที่สูญหายเป็นพระทองคำฮก ลก ซิ่ว ซึ่งมีมูลค่าถึง 75,000 บาท การกระทำของโจทก์จึงเป็นการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชย และไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร · วิชัย เอื้ออังคณากุล · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายไพโรจน์ นิติกรไชยรัตน์
Supreme Court black case no.
ร.1101/2552
Trial court black case no.
พ6344/2551
Trial court red case no.
พ3885/2552
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6942/2550

โจทก์ฟ้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ 3/2545 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ 11/2545 เรื่อง บริษัท บ. อุทธรณ์ค…

Supreme Court Judgment No. 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

Supreme Court Judgment No. 7675/2548

ประกาศของโจทก์ที่แจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงความจำเป็นของโจทก์ที่ต้องหยุดกิจการทั้งหมดลงชั่วคราวและจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่โจทก์หยุดกิจการชั่วคราวตาม พ.ร.บ…

Supreme Court Judgment No. 1907/2546

คดีแรกโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้พักงานโจทก์และขอให้จ่ายค่าจ้างซึ่งเป็นกรณีที่โจทก์อ้างว่าถูกจำเลยโต้แย้งสิทธิในขณะที่โจทก์ยังมีฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลย แต่มูลคดีที่โจทก์ฟ้องคดีนี้สืบเนื่องม…

Supreme Court Judgment No. 9119/2546

โจทก์ปฏิบัติหน้าที่เป็นยามรักษาการณ์ การมาปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ที่รับผิดชอบเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลรักษาทรัพย์สินของจำเลยจึงเป็นหัวใจสำคัญของงาน แต่โจทก์กลับละทิ้งหน้าที่แล้วมาลงเวลาย้อนหลั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up