Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1516/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เครื่องจักรผลิตน้ำผลไม้พร้อมอุปกรณ์ตามฟ้องเป็นของโจทก์และโจทก์ส่งมาให้จำเลยทั้งสี่เพื่อร่วมลงทุนเมื่อจำเลยทั้งสี่ไม่ให้โจทก์เข้าร่วมลงทุนในกิจการของจำเลยที่1ตามที่ตกลงกันจำเลยทั้งสี่จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องคืนเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์ตามฟ้องให้แก่โจทก์หากคืนไม่ได้ก็ต้องใช้ราคาแทนและเมื่อโจทก์เรียกให้จำเลยส่งคืนจำเลยปฏิเสธโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ได้จนถึงวันที่จำเลยส่งมอบเครื่องจักรหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี2496ประกอบธุรกิจผลิตน้ำผลไม้และขนมต่างๆเมื่อโจทก์ตกลงร่วมทุนกับว. โจทก์อนุญาตให้ว. จดทะเบียนนิติบุคคลผลิตน้ำผลไม้แล้วส่วนใหญ่ส่งไปขายให้แก่ลูกค้าของโจทก์ในต่างประเทศโดยโจทก์ยอมให้ว. ใช้ชื่อโตราย่าของโจทก์ได้ก่อนฟ้องโจทก์แจ้งให้จำเลยระงับการใช้ชื่อคำว่า"โตราย่า"ของโจทก์แล้วแม้โจทก์จะเลิกผลิตน้ำผลไม้มานาน4ปีแล้วแต่เมื่อโจทก์ยังให้คนอื่นผลิตโดยใช้ชื่อโจทก์การที่จำเลยมีเจตนาแสวงหาประโยชน์จากชื่อของโจทก์ทำให้ลูกค้าของโจทก์สับสนว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับจำเลยหรือจำเลยเป็นสาขาของโจทก์ในประเทศไทยโจทก์ย่อมมีสิทธิห้ามจำเลยที่1ระงับการใช้ชื่อ"โตราย่า" ของโจทก์ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจดทะเบียนไว้โดยชอบภายใต้กฎหมายของประเทศญี่ปุ่นใช้ชื่อว่าบริษัทโตราย่า จำกัด จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นกรรมการและผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทโดยจำเลยที่ 2 หรือนายวิชัย ตั้งกมลสุขลงลายมือชื่อประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1 ทำการแทนจำเลยที่ 1ได้ เมื่อประมาณต้นปี 2531 จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 และในฐานะส่วนตัวและนายวิชัยร่วมกันติดต่อโจทก์ให้มาร่วมลงทุนผลิตสินค้าน้ำผลไม้ในประเทศไทยและขออนุญาตใช้ชื่อ "TORAYA" อ่านว่า "โตราย่า"ของโจทก์มาประกอบเป็นชื่อจำเลยที่ 1 โดยให้โจทก์ส่งเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์ผลิตน้ำผลไม้และผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกันดำเนินกิจการและจะแบ่งกำไรให้แก่โจทก์เท่ากัน

โจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1จดทะเบียนใช้ชื่อว่า บริษัท ไทยโตราย่า จำกัด และส่งเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตน้ำผลไม้และผู้เชี่ยวชาญมาให้จำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เปิดดำเนินกิจการถึง 4 ปีแล้ว แต่ไม่เคยให้โจทก์เข้ามีส่วนร่วมเป็นผู้ถือหุ้น บริหารกิจการและไม่เคยแบ่งผลประโยชน์ใด ๆ ให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 บอกตัวแทนโจทก์ว่าไม่ประสงค์จะร่วมทุนกับโจทก์ต่อไป โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 1ส่งคืนเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์แก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่คืนโจทก์เสียหายขาดประโยชน์ที่จะได้ใช้เครื่องจักรของโจทก์คิดเป็นเงินเดือนละ 100,000 บาท เป็นเวลา 4 ปี เป็นเงิน 4,800,000 บาทเครื่องจักรของโจทก์มีราคา 87,022,040 เยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,000,000 บาท

โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 ใช้ชื่อว่าโตราย่า ของโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ยังคงใช้ชื่อ โตราย่าของโจทก์เป็นการละเมิดต่อโจทก์และใช้สิทธิไม่สุจริต จำเลยทั้งสี่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 100,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกับส่งมอบเครื่องจักรผลิตน้ำผลไม้พร้อมอุปกรณ์ของโจทก์คืนในสภาพที่เรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาเป็นเงิน9,000,000 บาท ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าขาดประโยชน์4,800,000 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์คืนหรือชดใช้ราคาเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ระงับการใช้ชื่อ "TORAYA"และคำในภาษาไทยว่า "โตราย่า" ให้นายทะเบียนหุ้นส่วนและบริษัทถอนชื่อคำว่า

"TORAYA" และ "โตราย่า" ออกจากชื่อจำเลยที่ 1ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายคิดถึงวันฟ้อง 100,000 บาทและถัดจากวันฟ้องเดือนละ 100,000 บาท จนกว่าจำเลยทั้งสี่จะเลิกใช้ชื่อโจทก์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า เครื่องจักรผลิตน้ำผลไม้พร้อมอุปกรณ์ตามฟ้องเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ซึ่งชื่อมาโดยชำระราคาให้แก่ผู้ขายไปครบถ้วนแล้ว โจทก์ไม่ใช้เจ้าของ โจทก์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้ในประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ชื่อของโจทก์ไว้ในประเทศไทย โจทก์จึงไม่มีสิทธิห้ามจำเลยที่ 1ใช้ชื่อบริษัทไทยโตราย่า จำกัด โจทก์ไม่เสียหายและไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์ตามฟ้องในสภาพใช้ผลิตสินค้าได้

ถ้าไม่คืนให้ใช้เงิน9,000,000 บาท ให้ร่วมกันใช้ค่าขาดประโยชน์ที่โจทก์ไม่ได้ใช้ทรัพย์960,000 บาท และอีกเดือนละ 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แต่ไม่เกิน 2 ปี นับจากวันฟ้องให้จำเลยที่ 1 ระงับการใช้ชื่อคำว่า "TORAYA" และภาษาไทยคำว่า"โตราย่า" เป็นชื่อของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 10,000 บาท และค่าเสียหายถัดจากวันฟ้องเป็นรายเดือนเดือนละ 10,000 บาท จนกว่าจำเลยที่ 1จะระงับการใช้ชื่อคำว่า "TORAYA" และภาษาไทยคำว่า "โตราย่า"เป็นชื่อจำเลยที่ 1โจทก์ และ จำเลย ทั้ง สี่ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ในฐานะกรรมการและฐานะส่วนตัวร่วมกับนายวิชัย ตั้งกมลสุข ได้ไปติดต่อโจทก์ขอให้ส่งเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์ผลิตน้ำผลไม้มาให้และขอใช้ชื่อ "โตราย่า" ของโจทก์มาประกอบชื่อจำเลยที่ 1 และจำเลยทั้งสี่ได้ครอบครองเครื่องจักรผลิตน้ำผลไม้จนถึงปัจจุบัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ข้อแรกว่า จำเลยทั้งสี่เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ให้โจทก์ร่วมลงทุนและไม่คืนเครื่องผลิตน้ำผลไม้พร้อมอุปกรณ์ตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อมากกว่าพยานจำเลยทั้งสี่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เครื่องจักรผลิตน้ำผลไม้พร้อมอุปกรณ์ตามฟ้องเป็นของโจทก์ และโจทก์ส่งมาให้จำเลยทั้งสี่เพื่อร่วมลงทุน เมื่อจำเลยทั้งสี่ไม่ให้โจทก์เข้าร่วมลงทุนในกิจการของจำเลยที่ 1 ตามที่ตกลงกัน จำเลยทั้งสี่จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต้องคืนเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์ตามฟ้องแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ก็ต้องใช้ราคาแทนปัญหาต่อไปว่า ราคาเครื่องจักรและค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับมีเท่าใด เห็นว่า ได้ความตามคำเบิกความของพยานโจทก์ว่าเครื่องจักรพิพาทเป็นเครื่องจักรใช้แล้ว มีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ หากเป็นเครื่องจักรใหม่ราคาประมาณไม่น้อยกว่า 20,000,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ใช้ราคาแทนในกรณีไม่อาจคืนเครื่องจักรพิพาทให้แก่โจทก์เป็นเงิน 9,000,000 บาท จึงเหมาะสมแล้ว

ส่วนปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จากเครื่องจักรพิพาทหรือไม่เท่าใด ซึ่งโจทก์และจำเลยทั้งสี่ต่างฎีกาในปัญหานี้เห็นว่า เมื่อฟังว่าเครื่องจักรพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์เรียกให้จำเลยทั้งสี่ส่งคืน จำเลยทั้งสี่ปฏิเสธ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ได้ แต่ที่โจทก์เรียกค่าเสียหายเดือนละ 100,000 บาท นับว่าสูงเกินไป

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ได้กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้เดือนละ 20,000 บาทคิดถึงวันฟ้องเป็นเวลา 4 ปี เป็นเงิน 960,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 20,000 บาท นัดถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปนั้นนับว่าเหมาะสมแล้ว แต่เห็นว่าโจทก์ควรได้รับค่าเสียหายจนถึงวันที่จำเลยทั้งสี่ส่งมอบเครื่องจักรหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ปัญหาข้อสุดท้ายว่า โจทก์มีสิทธิห้ามจำเลยที่ 1 ใช้ชื่อคำว่า "โตราย่า" หรือไม่ และค่าเสียหายเท่าใด ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2496 ประกอบธุรกิจผลิตน้ำผลไม้และขนมต่าง ๆ เมื่อโจทก์ตกลงร่วมทุนกับนายวิชัย โจทก์อนุญาตให้นายวิชัยจดทะเบียนนิติบุคคลผลิตน้ำผลไม้แล้ว ส่วนใหญ่ส่งไปขายให้แก่ลูกค้าของโจทก์ในต่างประเทศ โดยโจทก์ยอมให้นายวิชัยใช้ชื่อโตราย่าของโจทก์ได้ก่อนฟ้องโจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ระงับการใช้ชื่อคำว่า"โตราย่า" ของโจทก์แล้วเห็นว่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 18 บัญญัติให้สิทธิแก่บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามอันชอบที่จะใช้ได้ที่ต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่บุคคลอื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับอนุญาตให้ใช้ ในอันที่จะเรียกให้บุคคลอื่นนั้นระงับความเสียหายได้ ถ้าและพึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้ โจทก์ใช้ชื่อ"โตราย่า" มาตั้งแต่ปี 2496 แม้โจทก์จะเลิกผลิตน้ำผลไม้มานาน4 ปีแล้ว แต่โจทก์ก็ยังให้คนอื่นผลิตโดยใช้ชื่อโจทก์จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่มีเจตนาแสวงหาประโยชน์จากชื่อของโจทก์ทำให้ลูกค้าของโจทก์สับสนว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1หรือจำเลยที่ 1 เป็นสาขาของโจทก์ในประเทศไทย โจทก์มีสิทธิห้ามจำเลยที่ 1 ระงับการใช้ชื่อ "โตราย่า" ได้ ส่วนค่าเสียหายในส่วนนี้ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท เหมาะสมแล้ว

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าขาดประโยชน์เดือนละ 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
มงคล สระฏัน · จเร อำนวยพัฒนา · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2276/2568

การที่โจทก์พักชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 งวดเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ถึงงวดเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นเวลา 6 เดือน แต่โจทก์ยังคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.09 ต่อปี ในระหว่างการพักชำระหนี้เป็นเงินรวม 14,422.22 บาท…

Supreme Court Judgment, B.E. 2568 (ref. 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

Supreme Court Judgment No. 6065/2567

ตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 3 วรรคสองระบุว่า ในกรณีที่รถสูญหาย เสียหาย หรือถูกทำลายจนไม่สามารถซ่อมแซมให้ดีดังเดิมได้ ถูกยึด ถูกอายัด หรือถูกริบ ให้ถือว่าสัญญานี้สิ้นสุดลงโดยหากไม่เป็นความผิดของผู้เช่า ผู้เช่…

Supreme Court Judgment No. 5055/2567

โจทก์ติดตามยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อกลับคืนในขณะที่สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 โต้แย้งคัดค้านที่โจทก์กลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ พฤติการณ์ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมั…

Supreme Court Judgment No. 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up