Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1519/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118, 223,227 โดยบรรยายฟ้องว่าได้กระทำความเสียหายแก่นางสงวนนายบรรจัดและกรมที่ดิน มิได้บรรยายว่าได้กระทำความเสียหายแก่สาธารณชนหรือผู้หนึ่งผู้ใดนั้นเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ผู้หนึ่งผู้ใดในที่นี้ก็คือนางสงวน นายบรรจัดและกรมที่ดินซึ่งได้บรรยายมาในฟ้องแล้วในคดีซึ่งมีโจทก์ร่วมกันสองคนโจทก์คนหนึ่งมาอีกคนหนึ่งขาดนัด ดังนี้ จะยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุขาดนัดไม่ได้

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 166 ป.วิ.อ. Section 179 กฎหมายลักษณะอาญา Section 118 กฎหมายลักษณะอาญา Section 227 ป.วิ.พ. Section 59 ป.วิ.อ. Section 174

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้อัยการโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้บังอาจสมคบกันเอาหนังสือมอบอำนาจปลอมซึ่งมีชื่อนางสงวน (โจทก์ร่วม) เป็นผู้มอบอำนาจให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นผู้มีอำนาจจัดการโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 11 โฉนดให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยทั้งสองรู้อยู่เองว่าเป็นของผู้อื่นเขาปลอมขึ้นโดยตั้งใจให้เป็นหนังสือสำคัญมาใช้ว่าเป็นของแท้ต่อนายบรรจัดผู้ช่วยพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 11 โฉนดของนางสงวน (โจทก์ร่วม) ให้แก่จำเลยที่ 1 ทั้งนี้ทำให้เกิดการเสียหายแก่นางสงวน (โจทก์ร่วม) และนายบรรจัดและราชการกรมที่ดินและเนื่องจากจำเลยใช้หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว จำเลยที่ 1ได้บังอาจเอาความที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จมาแจ้งแก่นายบรรจัดว่า

"ข้าพเจ้านางองุ่น วงศ์สาโรจน์ ผู้รับมอบอำนาจขอให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานว่า 3. ผู้มอบอำนาจได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าข้าพเจ้าจริง 4. เป็นลายมือของผู้มอบจริง เป็นความประสงค์ของผู้มอบทุกประการ..." ซึ่งความจริงจำเลยที่ 1 มิใช่เป็นผู้รับมอบอำนาจเนื่องจากมิได้มีการมอบอำนาจให้แก่จำเลยที่ 1 แต่อย่างใดผู้มอบซึ่งหมายถึงนางสงวน(โจทก์ร่วม) มิได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าจำเลยที่ 1 และลายมือว่า นางสงวนผู้มอบนั้นเป็นลายมือปลอมโดยนางสงวนมิได้เซ็นด้วยตนเองแต่มีบุคคลอื่นเซ็นปลอมลายมือขึ้นทั้งนี้ทำให้เกิดการเสียหายแก่นางสงวน นายบรรจัดและราชการกรมแผนกที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118, 223, 224, 227, 63, 70, 71จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธแล้วนางสงวนร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการและขอถือคำฟ้องของอัยการเป็นคำฟ้องของนางสงวน

ศาลอนุญาตศาลชั้นต้นฟังว่านางองุ่นจำเลยได้กระทำผิดจริงดังฟ้องส่วนนางอุไรจำเลยไม่ได้ความว่าได้สมคบกระทำผิดด้วย พิพากษาว่านางองุ่นจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118, 223, 227 ให้จำคุก 1 ปี คดีเฉพาะตัวนางอุไรยกฟ้องนางองุ่นจำเลยอุทธรณ์นางสงวนโจทก์ร่วมก็อุทธรณ์ขอให้ลงโทษนางองุ่นจำเลยอย่างหนักและลงโทษนางอุไรจำเลยเท่ากับนางองุ่นด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ยกอุทธรณ์ทั้งสองฝ่ายนางองุ่นจำเลยฎีกาต่อมาฝ่ายเดียว ซึ่งศาลสั่งรับเป็นฎีกาเฉพาะที่จำเลยว่าเป็นข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยข้อ 2, 3, 4 และ 5 เท่านั้นฎีกาของจำเลยข้อ 2 ซึ่งว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่า "อาจจะทำให้ผู้อื่นหรือสาธารณชนเสียหาย เป็นฟ้องที่บกพร่องขาดองค์ความผิดตามมาตรา 118"ฎีกาของจำเลยข้อ 3 ซึ่งว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่า

"การกระทำของจำเลยอาจจะเกิดเสียหายแก่สาธารณชนหรือแก่บุคคลผู้หนึ่งผู้ใด" ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 227 จึงเป็นฟ้องที่บกพร่องฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ความเท็จที่จำเลยนำมาแจ้งแก่เจ้าพนักงานในฎีกาข้อ 2 ของจำเลยและการที่จำเลยเอาหนังสือซึ่งจำเลยรู้อยู่ว่าเป็นหนังสือปลอมมาใช้ว่าเป็นของแท้นั้น โจทก์ได้บรรยายว่าการกระทำดังกล่าวทั้งสองข้อได้ทำให้เกิดการเสียหายแก่นางสงวนนายบรรจัดและกรมที่ดิน สาธารณชนหรือผู้หนึ่งผู้ใดในคดีนี้ก็คือนางสงวน นายบรรจัดและกรมที่ดินซึ่งโจทก์ได้บรรยายมาในฟ้องแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ฎีกาจำเลยข้อ 4 นั้นเห็นว่าคดีนี้มีโจทก์ 2 คน แม้โจทก์คนหนึ่งมิได้มาในวันพิจารณา แต่โจทก์อีกคนหนึ่งมา (คือโจทก์ร่วม) ดังนี้จะว่าโจทก์ขาดนัดให้ยกฟ้องโจทก์เสียไม่ได้ฎีกาของจำเลยข้อ 5 นั้นเห็นว่ากรณีมีเหตุอันสมควรที่จะสั่งให้เลื่อนคดีไป ศาลจึงมีอำนาจสั่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 179พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของนางองุ่นจำเลย

Matter details

Panel of judges
มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5169/2531

ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะสั่งงดสืบพยานโจทก์ซึ่งไม่มาศาล ศาลชั้นต้นได้ให้โอกาสแก่โจทก์ถึง 5 ครั้ง เพื่อให้ดำเนินการให้ได้บุคคลทั้งสามมาสืบ ซึ่งในแต่ละครั้งศาลชั้นต้นได้กำชับโจทก์ให้รีบเร่งดำเนินการเพื่อให้บุ…

Supreme Court Judgment No. 972/2531

เมื่อศาลกำหนดเวลานัดไต่สวนมูลฟ้องไว้แน่นอนแล้ว โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องมาศาลตามนัด การที่โจทก์ไม่กำหนดเวลาเดินทางมาศาลให้ตรงเวลาทำให้มาถึงศาลล่าช้าและยังมาเสียเวลาเขียนคำร้องขอเลื่อนคดีแทนที่จะรีบไปแถลงต่…

Supreme Court Judgment No. 1800/2493

คดีอาญาวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง มีแต่ทนายโจทก์ไปศาลแต่โจทก์ไม่ไปศาล พยานก็ไม่ไปศาลเช่นนี้ ถ้าทนายโจทก์ขอเลื่อน ก็อยู่ในดุลพินิจของศาลที่ให้เลื่อนหรือไม่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นไม่สมควรให้เลื่อน จึงเป็นอ…

Supreme Court Judgment No. 872/2492

โจทก์และพยานไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ดังนี้ มิใช่เป็นเรื่องขาดนัด ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 166 วรรค 2…

Supreme Court Judgment No. 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up