คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกมรดกของบิดาโจทก์จากเด็กหญิงนวลจันทร์ซึ่งอยู่ในความปกครองของนายจรินทร์จำเลย
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ทรัพย์พิพาทตกได้แก่เด็กหญิงนวลจันทร์จำเลยตามพินัยกรรมของมารดาแล้ว ส่วนนายจรินทร์จำเลยมิได้เกี่ยวข้องกับทรัพย์พิพาทเป็นส่วนตัว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเด็กหญิงนวลจันทร์ จำเลยมีอายุเพียง ๑๐ ปีเศษ จึงเป็นผู้ไร้ความสามารถตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๖ ประกอบด้วยมาตรา ๑(๑๒) นายจรินทร์จำเลยมิใช่ผู้ปกครองหรือผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กหญิงนวลจันทร์จำเลย จึงให้แยกคดีที่เด็กหญิงนวลจันทร์เป็นจำเลยออกเป็นคดีต่างหากอีกคดีหนึ่ง และให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะคดีสำหรับตัวเด็กหญิงนวลจันทร์จำเลยให้ดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๖ แล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องแต่นายจรินทร์ทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะเป็นผู้ปกครองเด็กหญิงนวลจันทร์เท่านั้น มิได้ฟ้องเด็กหญิงนวลจันทร์ด้วย และศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถเองได้ไม่ควรสั่งให้แยกฟ้องใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องเด็กหญิงนวลจันทร์โดยนายจรินทร์ เป็นผู้ปกครองด้วย ส่วนการแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถก็มีความเห็นเช่นศาลอุทธรณ์
Result
พิพากษายืน