คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นโรงแรม ต่อมาเมื่อโจทก์ขออนุญาตเปิดกิจการต่อจำเลยในฐานะนายทะเบียน จำเลยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบไม่อนุญาตให้เปิดกิจการโรงแรม โดยอ้างเหตุซึ่งมิใช่ข้อสารสำคัญ ทั้งยังเสนอเรื่องไปกรมตำรวจ ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ สั่งให้จำเลยแจ้งโจทก์จัดการแก้ไขเพิ่มเติม คำสั่งของกรมตำรวจและจำเลยไม่ชอบ เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติโรงแรม และโต้แย้งสิทธิโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐมนตรีไม่อนุญาต จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งจำเลย และให้จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์ดำเนินกิจการโรงแรมจำเลยให้การว่า จำเลยได้เสนอเรื่องโจทก์ขอเปิดกิจการโรงแรมไปยังกรมตำรวจตามระเบียบ คณะกรรมการมีความเห็นว่าควรแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบแปลนเสียก่อนแล้วเสนอเพื่อพิจารณาใหม่ แต่โจทก์ไม่แก้ไขกลับร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรัฐมนตรีมีคำสั่งเห็นชอบตามความเห็นของกรมตำรวจ จึงถือว่าเป็นที่สุดแล้วขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว สั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินกิจการโรงแรมด้วยเหตุผลตามที่กล่าวในฟ้องยังถือไม่ได้ว่าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นที่สุด
พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องว่าจำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบและคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้ ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ความว่าการที่จำเลยสั่งให้โจทก์จัดการเพิ่มเติมเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องมีใจความว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นโรงแรมได้แล้ว ต่อมาเมื่อขออนุญาตเปิดกิจการต่อจำเลยในฐานะนายทะเบียน จำเลยกลับใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ อ้างว่าโรงแรมโจทก์ไม่มีสระน้ำและไม่มีห้องพักครบถ้วนอันไม่ใช่ข้อสารสำคัญ นอกจากนี้คำสั่งกรมตำรวจและคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้โจทก์จัดการแก้ไขเพิ่มเติมก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องของโจทก์กล่าวหาจำเลยในมูลละเมิด เช่นนี้สมควรฟังพยานหลักฐานต่อไปเสียก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด แล้วจึงวินิจฉัยข้อกฎหมายศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ว
Result
พิพากษายกฟ้องโจทก์จึงเป็นการมิชอบพิพากษายืน