Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1546/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องพี่ชายต่างมารดาซึ่งร่วมเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาโจทก์ว่าปิดบังทรัพย์มรดกบางรายการ โจทก์เคยบอกให้นำมาแบ่งก็เพิกเฉย ขอให้บังคับให้ชำระเงินส่วนแบ่งของโจทก์ จำเลยให้การว่า การจัดการแบ่งมรดกรายนี้มารดาโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยและนางสาวพรรณีได้ทำสัญญาแบ่งมรดกให้ทายาททุกคนได้รับเรียบร้อยไปแล้วจนบัดนี้เป็นเวลาเกินกว่า 5 ปี โจทก์ไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องร้องได้แล้ว ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่า จำเลยอ้างอายุความที่เกี่ยวแก่การจัดการมรดกซึ่งห้ามมิให้ทายาทฟ้องเกินกว่า 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกมรดกที่จำเลยปิดบังไว้ ไม่เกี่ยวกับการจัดการมรดก ทั้งปรากฏว่าเมื่อปี พ.ศ.2499(นับถึงวันฟ้องไม่เกิน5 ปี) ก็ยังมีการแบ่งมรดกกันอีก คดีจึงไม่ขาดอายุความตามมาตรา 1733 และคดีนี้เป็นที่เห็นได้ชัดว่าจำเลยมีความประสงค์ยกอายุความซึ่งเกี่ยวด้วยการจัดการมรดกขึ้นต่อสู้โดยตรงแต่อย่างเดียว มิได้ยกอายุความตามมาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้ จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าขาดอายุความตามมาตรา 1754 หรือไม่ จำเลยจะอ้างว่าจำเลยได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้แล้ว แม้ไม่ได้อ้างบทมาตรามาด้วย ก็เป็นหน้าที่ศาลที่จะวินิจฉัยว่าจะยกกฎหมายใดมาปรับคดีและมีอายุความเท่าใดนั้น หาได้ไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนายชุนหรือชุนกี่ จำเลยเป็นพี่โจทก์แต่ต่างมารดากัน นายชุนกี่ตายไปโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ขณะนั้นโจทก์ยังเป็นผู้เยาว์ นางเย้งมารดาโจทก์ได้จัดการในเรื่องรับมรดกแทนโจทก์ ต่อมาศาลได้มีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายชุนกี่ร่วมกับนางเย้งและนางสาวพรรณี ในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ นายชุนกี่ได้รับเหมาก่อสร้างใช้ยี่ห้อว่า "ชุนกี่" และได้รับเหมาก่อสร้างเพิ่มเติมอาคารที่ทำการโทรศัพท์กลางที่สี่แยกถนนสามเสนกับราชวิถีตัดกัน เมื่อถึงแก่กรรม มีเงินค่าก่อสร้างงวดที่ 3 เงินมัดจำสัญญา เงินมัดจำซองประมูล และเงินสินจ้างงวดสุดท้ายซึ่งกรมไปรษณีย์ฯ ยังค้างจ่ายอยู่ เงินทั้งหมดนี้เป็นมรดก แต่จำเลยปิดบังความจริง

คือ นำเงินเฉพาะสินจ้างงวดสุดท้ายกับเงินฝากธนาคารเท่านั้นมาแบ่งปันให้แก่ทายาท ไม่แจ้งเรื่องเงินค่าก่อสร้างงวดที่ 3เงินมัดจำสัญญาและเงินมัดจำซองประมูลรวม 148,915 บาท ให้ทายาทและผู้จัดการมรดกอื่นทราบ ความเพิ่งปรากฏแก่โจทก์ว่าจำเลยได้รับเงินดังกล่าวมาแล้วจำเลยกับผู้จัดการมรดกอีก 2 คน ได้ตกลงทำสัญญาแบ่งมรดกไว้ว่า ให้แบ่งเป็น 11 ส่วนโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้ 1 ส่วน เป็นเงิน 13,537.72 บาท โจทก์เคยบอกให้จำเลยแบ่งเงินให้แล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยให้การรับว่าจำเลยกับนางเย้งและนางสาวพรรณีได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกจริง ต่อมาผู้จัดการมรดกทั้งสามได้ทำสัญญาแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทรับไปเสร็จสิ้นแล้ว นางเย้งมารดาโจทก์เป็นผู้รับไปแทนโจทก์ จนบัดนี้เกินกว่า 5 ปีโจทก์ไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องอีกได้ นอกจากนี้จำเลยยังยกข้อต่อสู้ประการอื่นด้วยในประเด็นเรื่องอายุความนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกเงินมรดกของนายชุนกี่จากจำเลยเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวแก่การจัดการมรดก ข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ว่าโจทก์ฟ้องเกิน 5 ปีคดีขาดอายุความ จึงยังไม่ต้องกับคดีนี้ ส่วนข้อที่ว่าจะขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 หรือไม่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาในปัญหาข้อนี้ด้วยศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อพิจารณาคำให้การของจำเลยที่อ้างว่าการจัดการแบ่งมรดกของนายชุนกี่นี้ นางเย้งซึ่งเป็นมารดาผู้ปกครองโจทก์และเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยและนางสาวพรรณี ได้ทำสัญญาแบ่งมรดกให้ทายาททุกคนได้รับเรียบร้อยไปแล้วจนบัดนี้ เป็นเวลาเกินกว่า 5 ปี โจทก์ไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องร้องได้แล้วย่อมเห็นได้ว่าจำเลยอ้างอายุความที่เกี่ยวกับการจัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกมรดกที่จำเลยปิดบังไว้ไม่เกี่ยวกับการจัดการมรดก ทั้งพยานจำเลยก็ว่าเมื่อปี พ.ศ. 2499 ก็ยังมีการแบ่งมรดกกันอีก คดีจึงไม่ขาดอายุความตามมาตรา 1733 ส่วนที่ว่าจะขาดอายุความตามมาตรา 1754 หรือไม่ ซึ่งจำเลยคัดค้านขึ้นมาในชั้นนี้ว่า

จำเลยได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้แล้ว แม้ไม่ได้อ้างบทมาตรามาด้วย ก็เป็นหน้าที่ศาลที่จะวินิจฉัยว่าจะยกกฎหมายใดมาปรับคดี และมีอายุความเท่าใด โดยอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 183/2487 สนับสนุนนั้น ได้พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคำพิพากษาฎีกานั้นหาตรงกับคดีนี้ไม่ เพราะคดีนี้เห็นได้ชัดว่าจำเลยมีความประสงค์ยกอายุความซึ่งเกี่ยวด้วยการจัดการมรดกขึ้นต่อสู้โดยตรงแต่อย่างเดียวมิได้ยกอายุความตามมาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยผลที่สุดศาลฎีกาพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เจน เวชศิลป์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · โพยม เลขยานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5177/2533

โจทก์ฟ้องกองมรดกของผู้ตายโดย นายส. นายอ. นายช.ผู้จัดการมรดกและบรรยายฟ้องว่า ศาลแต่งตั้งให้บุคคลทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโจทก์ทวงถามให้แบ่งมรดกของผู้ตายให้แก่โจทก์แต่จำเลยไม่แบ่งทรัพย์มรดกให้ ถ…

Supreme Court Judgment No. 2159/2562

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 233 สิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้จะใช้แทนลูกหนี้เพื่อป้องกันสิทธิของตนในมูลหนี้ในกรณีที่ลูกหนี้ขัดขืนไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องหรือเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้อง อันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียประโย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2562 (ref. 634570)

คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของ ข. พ้นกำหนด 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 แต่ข้อนี้จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ทั้งสามฟ้องเรียกทรัพย์…

Supreme Court Judgment No. 4268/2562

จำเลยที่ 1 และ ก. อยู่กินฉันสามีภริยากันมาตั้งแต่ปี 2496 ภายหลังพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช 2477 โดยมิได้จดทะเบียนสมรส แต่จำเลยที่ 1 ได้เข้าครอบครองทำป…

Supreme Court Judgment No. 2239/2559

ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง บัญญัติว่า "คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกนั้น มิให้ทายาทฟ้องเกินกว่าห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง" เห็นว่า แม้บทบัญญัติดังกล่าวจะเป็นบทจำกัดอายุความฟ้องร้องเป็นกรณีพิเศษ ให้ท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up