Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1547/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การตรวจค้นการจับกุมและการสอบสวนเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกันหากการตรวจค้นและจับกุมมิชอบด้วยกฎหมายก็เป็นเรื่องที่จะว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหากเมื่อคดีนี้มีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามกฎหมายแล้วแม้การตรวจค้นและจับกุมมีปัญหาว่าอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายก็หากระทบกระเทือนถึงการฟ้องคดีอาญาไม่ทั้งจำเลยมิได้ฎีกาว่าการสอบสวนไม่ชอบเพราะเหตุผลอื่นๆอีกจึงต้องถือว่าการสอบสวนในความผิดที่กล่าวหาตามฟ้องนั้นชอบแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เท่าใดจึงลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518มาตรา106ทวิไม่ได้

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 69 ป.วิ.อ. Section 81 ป.วิ.อ. Section 120 ป.วิ.อ. Section 227 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 Section 106

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106 ทวิ จำคุก 5 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีไว้ในครอบครองเพื่อขายมามอบให้พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยวัตถุออกฤทธิ์จำนวนหนึ่งซึ่งบรรจุอยู่ในซองพลาสติกเป็นของกลาง ชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีสิบตำรวจตรีนิราช เพชรุจี และพลตำรวจไพวัลย์ มั้งสั้นเจ้าพนักงานตำรวจผู้ตรวจค้นและจับกุมจำเลยมาเบิกความ โดยพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความทำนองเดียวกันว่า ในวันเกิดเหตุได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชีให้ไปตรวจค้นรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 8 บ-9275กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนขับนำอาหารและกับข้าวไปเร่ขายให้แก่ประชาชนบริเวณหน้าบ้านพักคนงานบริษัทฮ้อแสงชัย

จำกัด ที่ถนนสายในปทุมธานี และลักลอบขายเมทแอมเฟตามีนด้วย จึงนำกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไปซุ่มรออยู่ที่บริเวณดังกล่าวจนกระทั่งเวลา 17 นาฬิกาจำเลยขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดหน้าตึกแถว จึงพากันตรงเข้าไปขอตรวจค้นในขณะที่จำเลยซึ่งนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับยังมิได้ลงจากรถ เมื่อจำเลยลงจากรถแล้วจึงทำการตรวจค้นพบวัตถุออกฤทธิ์(เมทแอมตาเฟมีน) บริเวณเบาะรถยนต์ที่นั่งคนขับ บรรจุอยู่ในซองพลาสติก ตรวจนับแล้วมีจำนวน 40 เม็ด จึงแจ้งข้อหาว่าขายและมีวัตถุออกฤทธิ์โดยผิดกฎหมาย นำตัวจำเลยไปมอบให้ร้อยตำรวจเอกประสงค์ บุราณเดช ทำการสอบสวน ส่วนจำเลยนำสืบว่าเจ้าพนักงานตำรวจค้นขณะที่จำเลยและนางสีไพกำลังขายกับข้าวให้แก่ผู้ที่มาซื้ออยู่ที่กระบะหลังไม่เห็นการตรวจค้น

เห็นว่า พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ตรวจค้นและจับกุมจำเลยดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานของรัฐมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมาย เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาก็ได้ปฏิบัติงานไปตามอำนาจหน้าที่ ทั้งไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองจำเลยมาก่อน จึงไม่มีเหตุอันควรระแวงสงสัยว่าจะแกล้งกล่าวหาและจับกุมจำเลย พยานโจทก์ทั้งสองคนต่างก็เบิกความว่า ขณะที่ตรวจค้นพบวัตถุออกฤทธิ์ของกลางจำเลยยืนอยู่ก็ใกล้ ๆมิใช่ตรวจค้นลับหลังดังที่จำเลยนำสืบ การที่จำเลยอ้างว่าของกลางมิใช่ของจำเลยเท่ากับยอมรับว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบของกลางที่เบาะนั่งตรงคนขับซึ่งจำเลยซึ่งจะลุกออกมา ฟังได้ว่าจำเลยมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองจริง ส่วนที่จำเลยอ้างว่าของกลางมีจำนวนไม่ถึง 40 เม็ดนั้น

นอกจากโจทก์จะมีเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมจำเลยดังกล่าวแล้ว ยังมีร้อยตำรวจเอกประสงค์ บุราณเดชพนักงานสอบสวนมาเบิกความว่า ได้รับตัวจำเลยไว้จากสิบตำรวจตรีนิราชพร้อมเมทแอมเฟตามีน 40 เม็ด เมื่อส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์ได้รับการยืนยันว่าเป็นเมทแอมเฟตามีนของจริง และมีร้อยตำรวจโทชาติชาย สุวัชระเวช ผู้ทำการตรวจพิสูจน์ของกลางมาเบิกความประกอบรายงานการพิสูจน์เอกสารหมาย ป.จ.1 ว่าวัตถุออกฤทธิ์ เมทแอมเฟตามีน ของกลางมีจำนวน 40 เม็ด ส่วนจำเลยมีคำเบิกความของจำเลยกับนางสีไพ โดยจำเลยเบิกความว่าเห็นของกลางเป็นลักษณะซองใส่ยาสีขาว ภายในซองมีเม็ดยาลักษณะสีขาวอมน้ำตาล กะดูด้วยสายตามีไม่ถึง 20 เม็ด นางสีไพเบิกความว่าเห็นของกลางตรงโต๊ะสิบเวรเทออกมาเป็นยาสีน้ำตาลเม็ดเล็ก

ๆส่วนใหญ่จะเป็นพวกแตกป่นมากกว่าเป็นเม็ดเจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้นับโดยละเอียดสรุปว่าเป็นเมทแอมเฟตามีน พยานกะดูด้วยสายตาแล้วเม็ดที่สมบูรณ์มีประมาณ 10 เม็ด จากพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยจะเห็นได้ว่าโจทก์มีทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารน่าเชื่อถือมากกว่าพยานจำเลยที่เบิกความเป็นทำนองกะประมาณเอาเองว่ามีไม่มากถึงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง จึงฟังได้ว่าวัตถุออกฤทธิ์ของกลางมีจำนวน 40 เม็ด ดังที่โจทก์ฟ้องและนำสืบ ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดหรือไม่นั้น เนื่องจากมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 92 (พ.ศ. 2538) ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 85 (พ.ศ. 2536) โดยกำหนดปริมาณที่เป็นสารบริสุทธิ์แล้ว และเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เท่าใด จึงลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

พ.ศ. 2518มาตรา 106 ทวิ ไม่ได้ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปคือจำเลยมีวัตถุออกฤทธิ์จำนวนดังกล่าวเพื่อขายหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบวัตถุออกฤทธิ์ของกลางทั้งหมดบรรจุอยู่ในซองพลาสติกซองเดียวแม้จะมีจำนวน 40 เม็ด แต่มีน้ำหนักรวมเพียง 3.51 กรัม ซึ่งไม่มากนัก ดังจะเห็นได้จากรายงานการตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย ป.จ.1ว่าวัตถุออกฤทธิ์ของกลางหมดไปในการตรวจพิสูจน์และไม่มีพฤติการณ์ใด ๆ ที่แสดงว่าจำเลยมีไว้เพื่อขายโจทก์นำสืบแต่เพียงว่าสืบทราบมาก่อนที่จะเข้าตรวจค้นและจับกุมจำเลยเท่านั้น แม้จะมีคำเบิกความของพันตำรวจตรีพงศ์วิวัฒน์ การดี พยานโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่าได้รับแจ้งพฤติการณ์ของจำเลยทางจดหมายมีพลเมืองดีโทรศัพท์มาแจ้ง 3 ครั้ง

ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ก็เป็นการเลื่อนลอยไม่อาจรับฟังว่าจำเลยมีวัตถุออกฤทธิ์ของกลางไว้ในครอบครองเพื่อขาย จำเลยอาจมีไว้เพื่อเสพเองก็ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยมีวัตถุออกฤทธิ์ของกลางไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นความผิดซึ่งมีโทษเบากว่า ซึ่งศาลมีอำนาจที่จะลงโทษในความผิดนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคท้าย และเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้นบางส่วนส่วนที่จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า เจ้าพนักงานตำรวจค้นและจับจำเลยโดยไม่ชอบ เพราะเป็นการค้นในที่รโหฐานและมิใช่เป็นการค้นโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และไม่ได้ทำบันทึกการจับกุมในที่เกิดเหตุนั้น

เห็นว่า การตรวจค้นการจับกุมและการสอบสวนเป็นการดำเนินการคนละขั้นตอนกัน หากการตรวจค้นและจับกุมจะมิชอบด้วยกฎหมายดังที่จำเลยฎีกาก็เป็นเรื่องที่จะว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าคดีนี้มีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามกฎหมายแล้ว แม้การตรวจค้นและจับกุมมีปัญหาว่าไม่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็หากระทบกระเทือนถึงการฟ้องคดีอาญาไม่ จำเลยมิได้ฎีกาว่าการสอบสวนไม่ชอบเพราะเหตุผลอื่น ๆ อีก จึงต้องถือว่าการสอบสวนในความผิดที่กล่าวหาตามฟ้องนั้นชอบแล้ว"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6,62 วรรคหนึ่ง, 106 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก จำเลย 1 ปี

Matter details

Panel of judges
ธวัชชัย พิทักษ์พล · จเร อำนวยวัฒนา · ไพฑูรย์ แสงจันทรเทศ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2730/2549

ตามหนังสือมอบอำนาจช่วงที่ ค. มอบอำนาจช่วงให้ ท. มีอำนาจร้องทุกข์แทนมีข้อความว่า เพื่อให้มีอำนาจดำเนินการแทน "ผู้มอบอำนาจ" ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับหนังสือมอบอำนาจที่ทำขึ้นระหว่างผู้เสียหายกับ ค. แล้ว…

Supreme Court Judgment No. 1167/2546

การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 130 เม็ด ไว้ในครอบครองแล้วจะสันนิษฐานว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหาชอบไม่ โจทก์จะต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยจนได้ความแน่ชัดปราศจากข้อสงสั…

Supreme Court Judgment No. 1688/2544

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ไว้ในครอบครองเพื่อขายตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 90 ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้วคงจำคุก 2 ปี ศาลอุท…

Supreme Court Judgment No. 4668/2541

ร้อยตำรวจเอกณ.ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำ หน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดให้โทษ ย่อมมีอำนาจตรวจค้นจับกุมและควบคุม ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดได้ทั่วราช…

Supreme Court Judgment No. 1046/2540

สายลับคนแรกซื้อเมทแอมเฟตามีนได้แล้ว2เม็ดแต่เจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้จับจำเลยทั้งๆที่มีพยานหลักฐานมากพอที่จะจับกุมได้แล้วการที่เจ้าพนักงานตำรวจรอจนสายลับคนที่3เข้าไปล่อซื้อจึงจับจำเลยโดยอ้างว่าเพื่อให้ได้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up