คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า วันที่ ๘ ก.พ. ๒๔๙๓ เวลากลางวัน จำเลยกล่าวเท็จหลอกลวงโจทก์ว่า มีคนต้องการซื้อผ้า จำเลยขอรับเอาผ้าไปถ้าขายได้จำเลยจะนำเงินค่าผ้ามาขำระให้ ถ้าขายไม่ได้จำเลยจะนำมาคืนให้โจทก์ในวันที่ ๙ เดือนเดียวกันเวลา ๑๑.๐๐ น. โจทก์หลงเชื่อถ้อยคำของจำเลยจึงมอบผ้าปาล์มกับน้ำ+คอร์ปสี รวม ๗ พับ ราคา ๑๔,๖๐๐ บาท ให้จำเลยรับไป ครั้นวันรุ่งขึ้นวันที่ ๙ ถึงเวลากำหนด จำเลยไม่นำเงินค่าผ้าหรือผ้ามาคืนให้โจทก์ โจทก์เที่ยวติดตามจำเลย ก็ไม่พบ ในระหว่างวันที่ ๘-๙ กุมภาพันธ์ เวลาใดไม่ปรากฎจำเลยมีเจตนาทุจริตยักยอกทรัพย์รายนี้ของโจทก์ที่ได้มอบให้จำเลยไปเพื่อขาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔,๓๑๔
จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ตามฎีกา ๑๒๓๙/๒๔๙๓ ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุมส่วนข้อเท็จจริง ฟังว่า จำเลยมีความฐานฉ้อโกง ให้จำคุก ๑ ปี ตาม ก.ม.ลักาณะอาญามาตรา ๓๐๔
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฏีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์ได้บรรยายการกระทำของจำเลยเท่าที่จำเลยได้พูดและกระทำความผิดฐานฉ้อโกงมากกว่าและโทก์มีความมุ่งหมายบรรยายฟ้องหนักไปในทางว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงมากกว่า สำหรับข้อเท็จจริง โจทก์สืบได้โดยปราศจากระแวงสงสัย ฏีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
Result
จึงพิพากษายืน