Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1551/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยซึ่งเป็นครูใหญ่ประชาบาลกล่าวว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นนายอำเภอว่าไม่เป็นประชาธิปไตย โดยบังคับให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเลือกคนที่ผู้เสียหายชอบ ถ้าใครไม่เลือกก็ไม่ขอเงินเดือนขึ้นให้ นั้น ถ้อยคำที่กล่าวนี้ ถ้าเป็นความจริง ก็ถือได้ว่าเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนเพราะการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรอันเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนี้ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งอนึ่ง ที่จำเลยกล่าวว่า "การทำทำนบผู้เสียหายไม่ทำตามคำพูด ทำงานไม่ขาวสอาด" นั้น เมื่อได้ความว่าผู้เสียหายเป็นกรรมการขุดบ่อน้ำ ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินขุดสระแต่ใช้ไปครึ่งเดียว จำเลยซึ่งเป็นกรรมการร่วมด้วยรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านได้ขอให้ผู้เสียหายนำเงินที่เหลือมาทำทำนบเพื่อกักน้ำไว้บริโภคโดยผู้เสียหายตกลงจะซื้อปูนซิเมนต์ส่งมาให้ แต่ผู้เสียหายได้เอาเงินที่เหลือไปใช้จ่ายทางอื่นโดยมิได้ให้จำเลยทราบ การทำทำนบจึงไม่เสร็จ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวจึงเป็นการกล่าวโดยสุจริตและอยู่ในวิสัยของการติชม ไม่เป็นผิดฐานหมิ่นประมาทการกล่าวที่จะเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 136 ต้องเป็นเรื่องเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ถ้าเป็นการนอกหน้าที่แล้ว กรณีหาเข้ามาตรานี้ไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจกล่าววาจาหมิ่นประมาทใส่ความนายแคล้ว โกศลวรรธนะ นายอำเภอท่าลี่ซึ่งหน้าและต่อหน้าผู้มีชื่ออีกหลายคน และได้บังอาจร่วมกับราษฎรอีก 9 คน ยื่นคำร้องทุกข์โฆษณากล่าวโทษหมิ่นประมาทใส่ความนายแคล้วต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 136, 90, 91 และ 322(2)

จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยได้รับการยกเว้นตามกฎหมายศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 136, 326 วางโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 600 บาท คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก1 เดือน ปรับ 300 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปีโจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ถ้อยคำของจำเลยที่กล่าวตามที่ศาลล่างฟังมา คือ1. ผู้เสียหายไม่เป็นประชาธิปไตย โดยบังคับให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเลือกคนที่ผู้เสียหายชอบ ถ้าใครไม่เลือกก็ไม่ขอเงินเดือนขึ้นให้ นั้น เห็นว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวนี้ ถ้าเป็นความจริงก็ถือได้ว่าเป็นประโยชน์แก่สาธารณชน

เพราะการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรอันเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามที่จำเลยนำสืบ มีเหตุผลให้น่าเชื่อว่าเป็นความจริง จำเลยจึงควรได้รับการยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3302. ส่วนข้อที่จำเลยกล่าวว่า การทำทำนบ ผู้เสียหายไม่ทำตามคำพูด ทำงานไม่ขาวสะอาดนั้นเล่า ตามท้องสำนวนก็ได้ความว่า จำเลยเป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบาลบ้านโคกใหญ่ และเป็นกรรมการหมู่บ้านช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้านด้วย ส่วนผู้เสียหายก็เป็นกรรมการดำเนินการขุดบ่อน้ำ สระน้ำ และเป็นเจ้าพนักงานควบคุมดูแลราชการบริหารส่วนท้องที่ ในปี พ.ศ. 2498 ผู้เสียหายได้รับอนุมัติให้ใช้เงินจัดระบบอาชีพจำนวน 4,000 บาท

ทำการขุดสระที่บ้านโคกใหญ่ได้ใช้จ่ายเงินไปเพียง 2,000 บาท ซึ่งจำเลยนี้ก็ได้เป็นกรรมการอยู่ด้วยจำเลยและผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ได้ร้องขอผู้เสียหายให้นำเงินที่เหลือมาทำทำนบเพื่อกักน้ำไว้บริโภค แต่โดยเหตุที่ผู้เสียหายได้กันเอาเงินที่เหลือจากการขุดสระไปทำการขุดบ่อน้ำที่อื่น จึงจัดซื้อปูนส่งมาทำทำนบรายนี้ได้เพียง 20 ถุง และผู้เสียหายก็มิได้แจ้งเหตุให้จำเลยและราษฎรบ้านโคกใหญ่ทราบว่าเงินที่เหลือจากการขุดสระน้ำได้ใช้จ่ายไปทางอื่น ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวถือได้ว่าเป็นการกล่าวโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 และอยู่ในวิสัยของการติชมตามมาตรานั้นด้วย การกระทำของจำเลยหาเป็นผิดฐานหมิ่นประมาทไม่ส่วนในปัญหาที่ว่า การพูดของจำเลยจะเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าที่จะเป็นความผิดตามมาตรานี้ ต้องเป็นเรื่องเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ แต่ในเรื่องเลือกตั้งนายแคล้ว โกศลวรรธนะ ได้บังคับให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเลือกตั้งคนที่ผู้เสียหายต้องการ การกระทำเช่นนี้เป็นการนอกหน้าที่จึงหาเข้ามาตรา 136 ไม่ ส่วนที่จำเลยพูดเรื่องทำนบก็เป็นการกล่าวโดยสุจริตและอยู่ในวิสัยของการติชมธรรมดาในฐานะที่ผู้เสียหายก็เป็นกรรมการอยู่ด้วย ไม่ต้องด้วยมาตรา 136เช่นเดียวกันจึง

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ประจักษ์ศุภอรรถ · การุณย์นราทร · อนุสสรนิติสาร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5782/2540

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า ข้อความที่จำเลยอภิปรายพาดพิงถึงโจทก์นั้นเป็นข้อความที่ฝ่าฝืนความจริงอันมีความหมายอยู่ในตัวว่าข้อความที่จำเลยอภิปรายนั้นไม่ตรงต่อความจริงซึ่งเป็นความเท็จนั่นเอง ส่วนที่ว่าความจริงเ…

Supreme Court Judgment No. 4960/2533

สภาตำบลซึ่งมีจำเลยเป็นประธานสภาเสนอโครงการสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก และได้รับอนุมัติ ต่อมาจำเลยทำหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมการปกครองกล่าวหาผู้เสียหายซึ่งเป็นนายอำเภอพุนพินว่าเรียกร้อง เงินค่าอนุมั…

Supreme Court Judgment No. 2238/2520

จำเลยฟ้องผู้เสียหายกับพวกในข้อหาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำร้ายร่างกาย และทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ แล้วนำสำเนาคำฟ้องไปให้นักข่าวหนังสือพิมพ์ดูพร้อมกับเล่าให้ฟังว่า ผู้เสียหายมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเ…

Supreme Court Judgment No. 365/2503

รายงานชันสูตรบาดแผลนั้นไม่มีกฎหมายบังคับว่า ต้องให้เจ้าพนักงานเป็นผู้ทำ โจทก์จึงต้องนำสืบให้ศาลเห็นว่าผู้ทำเป็นเจ้าพนักงานต่างกับการชันสูตรพลิกศพ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ได้บัญญัติไว…

Supreme Court Judgment No. 321/2568

การที่จำเลยติดตั้งแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ มีภาพโจทก์ร่วม ส. และ บ. พร้อมมีข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์ร่วม โดยติดตั้งแผ่นป้ายไวนิลทั้งสองแผ่นริมถนนสาธารณะสายพิษณุโลก - หล่มสัก ซึ่งมีผู้ใช้เส้นทางสัญจรจำนว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up