คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาชีพค้าขายของชำ เป็นกิจการต่อเนื่องกับผู้อื่นจำเลยมีไว้ในความครอบครองซึ่งเครื่องชั่งที่ผิดอัตราไม่ถูกต้องตามความประสงค์ของพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด ฯลฯ ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนามีเครื่องชั่งดังกล่าวไว้ในกิจการค้า เพื่อเอาเปรียบในการค้า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 พระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัดพ.ศ. 2466 ฯลฯจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 พระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ. 2466 มาตรา 12, 30 ฯลฯ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อหาความผิดเกี่ยวกับการค้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270 ไม่มีการสอบสวน
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาความผิดเกี่ยวกับการค้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270 คงลงโทษตามพระราชบัญญัติมาตราชั่ว ตวง วัด บทเดียว จำคุก2 เดือน ปรับ 1,000 บาท รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฯลฯโจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270ด้วยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกขาวพนักงานสอบสวนได้ความว่า ขณะรับมอบตัวจำเลยจากจ่าสิบตำรวจผวนผู้จับกุมได้แจ้งข้อหาว่าจำเลยมีเครื่องชั่งผิดอัตราไว้ในความครอบครองเพื่อเอาเปรียบทางการค้า เมื่อร้อยตำรวจเอกขาวสอบสวนจำเลยในวันเดียวกัน
จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.3 แม้บันทึกคำให้การหมาย จ.3 จะไม่มีข้อความว่าได้แจ้งข้อหาในความผิดเกี่ยวกับการค้าแต่ได้แจ้งข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด อันเป็นเรื่องประธานแล้ว ถือได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดเกี่ยวกับการค้าด้วยแล้ว
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 270 ด้วย ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น