คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก และสมคบกันทำร้ายร่างกายนายสำราญมีบาดเจ็บ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑-๒-๓-๔-๕ ผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ จำคุกคนละ ๒ เดือน เฉพาะจำเลยที่ ๓-๔-๕ ผิดฐานบุกรุกตามมาตรา ๓๓๐ ประกอบด้วยมาตรา ๓๒๙ อีกกะทงหนึ่ง ให้จำคุกอีกคนละ ๑ เดือน จำเลยที่ ๑-๒-๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มิได้สืบให้เห็นว่ารถการ์ดเป็นสถานที่สำหรับใช้ในราชการ ซึ่งผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าไปมิได้จำเลยที่ ๓ ยังไม่ผิดฐานบุกรุก คงผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายจึงพิพากษาแก้ให้ยกโทษนายวิงจำเลยที่ ๓ ฐานบุกรุกเสียและแก้โทษจำเลยที่ ๔,๕ ว่าไม่ผิดฐานบุกรุกด้วย เพราะเหตุลักษณะคดีแม้จำเลยที่ ๔,๕ จะมิได้อุทธรณ์มาศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกโทษฐานบุกรุกให้ได้นอกจากนี้คงพิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๓-๔-๕ ฐานบุกรุกสถานที่ราชการตามศาลชั้นต้น แต่ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ ๔-๕ ไม่ได้ ศาลฎีกาจึงจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๔-๕ เสีย คงวินิจฉัยคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ แต่ผู้เดียว ศาลฎีกาได้พิเคราะห์หลักฐานพยานทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วเห็นว่ารูปคดียังเป็นที่สงสัย ไม่มั่นคงพอจะชี้ขาดว่าจำเลยที่ ๓ ได้ขึ้นไปบนรถการ์ดฉะนั้นรถการ์ดจะเป็นสถานที่ราชการหรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัย และเมื่อจำเลยที่ ๓ ไม่ได้ขึ้นไปบนรถการ์ดข้อหาของโจทก์ที่ว่าจำเลยที่ ๓ ขึ้นไปทำร้ายเขาบนรถการ์ดก็ย่อมตกไปด้วย แม้โจทก์ฝ่ายเดียวจะฎีกาขอให้ลงโทษนายวิงจำเลยที่ ๓ ฐานบุกรุกฐานเดียว เมื่อคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๓ มีความผิดก็ลงโทษจำเลยที่ ๓ ไม่ได้
Result
จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยที่ ๓ ไปนอกนี้คงยืน