คำฟ้องและคำให้การ
ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมหนังสือ นำเอาหนังสือปลอมไปใช้ว่าเป็นของแท้และเบิกความเท็จ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าหลักฐานพะยานของโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ จึงให้ยกฟ้องโจทก์ปรากฎว่าในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น (ศาลอาญาแผนกพิเศษ) เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๗๘ ผู้พิพากษานายเดียวออกนั่งจดคำพะยานจำเลย ๓ ปาก โจทก์จึงอุทธรณ์ฎีกาว่าศาลออกนั่งพิจารณา ๑+ ครั้ง มีผู้พิพากษาออกนั่งนายเดียวทั้ง ๑๐ ครั้ง ขอให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่โดยคณะผู้พิพากษาใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามรายงานพิจารณาในท้องสำนวนไม่ปรากฎโดยชัดเจนว่าในการพิจารณาคดีเรื่องนี้ มีผู้พิพากษากี่นายออกนั่งบัลลังก์ คงปรากฎตามรายงานพิจารณาลงวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๗๘ ซึ่งศาลฎีกาเป็นการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายขัดต่อพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.๒๒-๒๓ แต่ถึงอย่างไรก็ดีเรื่องนี้ยังไม่จำต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่อีกเพราะพะยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ตามฟ้องแล้วการพิจารณาใหม่ก็หามีประโยชน์ประการใดไม่มีแต่จะทำให้จำเลยเสียเปรียบเท่านั้น
อนึ่งหลักกฎหมายทั่วไปกก็มีว่าแม้การพิจารณาหรือการฟังพะยานหลักฐานจะไม่ถูกต้องตามกฎหมายบางประการ แต่เมื่อคู่ความฝ่ายใดไม่เสียเปรียบกัน และคำพิพากษาในคดีนั้นถูกต้องตามความยุตติธรรมแล้วก็ไม่ต้องพิจารณาซ้ำอีก ฉะนั้นจึง
Result
พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์